เปิดโลกจิตวิทยาเด็ก

แนะนำหนังสือดีให้ดาวน์โหลดฟรีโครงการดีๆจากสสส. และ สนพ.bookscape “เปิดโลกจิตวิทยาเด็ก”เรียบเรียงโดย นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เปิดโลกจิตวิทยาเด็ก (ดาวน์โหลดฟรี!)

ตัวการสำคัญในการขัดขวางปฏิสัมพันธ์กับลูก ก็คือ “มือถือสมาร์ทโฟน”

ตัวการสำคัญในการขัดขวางปฏิสัมพันธ์กับลูก ก็คือ “มือถือสมาร์ทโฟน” เพราะเมื่อเราจดจ่ออยู่กับมือถือ เราก็จะไม่ได้สนใจ พูดคุย สบตา หรือตั้งใจทำกิจกรรมต่างๆกับลูก…ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับ #พ่อแม่ยุคดิจิทัล ที่มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว 📱มีงานวิจัยจากประเทศอังกฤษ ซึ่งสำรวจเด็กอายุ 11-18ปี จำนวนหลายพันคนถึง #การใช้โทรศัพท์มือถือของพ่อแม่ ซึ่งพบว่า⭐️ พ่อแม่ใช้มือถือมากเกินไป จนทำให้ไม่มีเวลาให้ลูก ส่งผลให้ครอบครัวห่างเหินและไม่อบอุ่นเท่าที่ควร โดย 1 ใน 3 ของเด็กๆที่สำรวจ เคยขอร้องให้พ่อแม่ของตัวเองเลิกเล่นมือถือแล้วก็ตาม⭐️ 14 % ของเด็กๆ บอกว่าพ่อแม่ชอบเล่นมือถือระหว่างทานข้าวร่วมกัน โดยเด็กๆ คิดว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ควรวางมือถือและพูดคุยกันในครอบครัว⭐️ 22% กล่าวว่า การที่พ่อแม่ของพวกเขาติดมือถือ ทำให้ครอบครัวมีความสุขและสนุกน้อยลง และเกิดช่องว่างระหว่างคนในครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย⭐️ มีพ่อแม่เพียง 10 % เท่านั้นที่คิดได้ว่าการใช้มือถือของพวกเขานั้นจะส่งผลกระทบต่อลูก ซึ่งตรงกันข้ามกับพ่อแม่ที่เหลืออีก 90% ที่ยังใช้เวลาส่วนมากไปกับมือถือ 😳 เห็นงานวิจัยนี้แล้ว เราคงต้องเพลาๆ มือถือลงหน่อย เล่นกับลูกให้มากขึ้น สบตา พูดคุยกับลูกให้บ่อยขึ้นแล้วหละค่า…#แล้วเราจะได้ครอบครับที่อบอุ่นกลับคืนมา อ้างอิงจาก:Parents’ mobile use harms familyContinue reading “ตัวการสำคัญในการขัดขวางปฏิสัมพันธ์กับลูก ก็คือ “มือถือสมาร์ทโฟน””

การที่ลูกเถียงแปลว่า เราพ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริงอย่างนั้นหรือ?

การที่ลูกเถียงแปลว่า เราพ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริงอย่างนั้นหรือ? การที่ลูกเถียงนั่นเป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เริ่มกล้าที่จะยืนยันความคิดของตัวเอง แต่ด้วยวุฒิภาวะแล้ว เขายังไม่รู้ว่าความคิดของเขาถูกหรือผิด วาจาสิทธิ์ สายสัมพันธ์ หรือพ่อแม่ที่มีอยู่จริง น่าจะหมายถึงเวลา ที่เราไม่เข้าใจกัน หรือเวลาที่เราต่างคนต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน อาจจะมีการเถียงกันบ้าง แต่เมื่ออารมณ์สงบลงแล้ว ต่างคนต่างก็จะมีสติและด้วยสายสัมพันธ์และการมีอยู่จริงของพ่อแม่ จะทำให้ลูกเข้าใจได้ว่า ที่พ่อแม่ว่ากล่าวตักเตือนก็เป็นเพราะว่าพ่อแม่รักและเป็นห่วง และการที่พ่อแม่โมโหพูดอะไรแรงไปบ้างนั่นก็เป็นเพราะว่าตัวเราเองก็พูดไม่ดีกับท่านก่อน การว่ากล่าวตักเตือนและทำให้ลูกคิดได้นั่นแลคือวาจาสิทธิ์ เด็กที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ เมื่อคิดได้ จะไม่แปลเจตนาของพ่อแม่ไปทางไม่ดี วาจาสิทธิ์หรือสายสัมพันธ์ หรือพ่อแม่ที่มีอยู่จริง นี้จะเป็นตัวดึงรั้งไว้ ไม่ให้ลูกเตลิดเปิดเปิงไปไกลแม้เราแม่ลูกจะทะเลาะกันด้วยความไม่เข้าใจ เห็นต่างกันบางเรื่อง แต่สายสัมพันธ์จะดึงเราไว้ให้เข้าใจกัน แต่ถ้าพ่อแม่ไมมีวาจาสิทธ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริง เวลาทะเลาะกันหรือไม่เข้าใจกัน ลูกจะแปลเจตนาของพ่อแม่ไปทางร้ายทันที และเตลิดไปใหญ่เพราะไม่มีสายสัมพันธ์ เราเลี้ยงลูกเพื่อให้ลูกมีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ได้เลี้ยงให้เขาเชื่อทุกอย่างที่เราพูด ไม่ได้เลี้ยงให้อยู่ในกรอบ ไม่ได้เลี้ยงให้ลูกว่านอนสอนง่าย แต่ เลี้ยงให้เขาหัดคิดเอง ให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ๋ พูดแสดงความคิดเห็นของตนเองได้ แต่เวลาที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันผู้ใหญ่อาจจะมองว่าเด็กเถียง บางบ้านลูกไม่เถียงเลย เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พ่อแม่ก็เข้าใจว่าตนเองเป็นพ่อแม่ที่มีอยู่จริง สายสัมพันธ์ดี แต่ที่จริงแล้วพ่อแม่เข้มงวดจนลูกไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆเลย บางคนเข้าใจผิดไปว่า ถ้าลูกเถียงแปลว่า พ่อแม่ไม่มีอยู่จริง อาจทำให้พ่อแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกมาอย่างดี รู้สึกแย่Continue reading “การที่ลูกเถียงแปลว่า เราพ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริงอย่างนั้นหรือ?”

การได้รับความรักในวัยเด็กถือเป็นเรื่องสำคัญ

การได้รับความรักในวัยเด็กถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีผลต่อการประกอบสร้างตัวตนของเขาในอนาคต ถ้าเด็กคนไหนที่ไม่เคยได้รับความรัก หรือการแสดงออกซึ่งความรักจากผู้ปกครอง อาจจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มรักใครอย่างไรดี ตอนที่ผู้ใหญ่เหล่านี้เป็นเด็ก ‘คำขอ’ ของเขาอาจจะถูก ‘ปฏิเสธ’ จากพ่อแม่บ่อยครั้ง ในวัยเด็กเขารู้สึกเสียใจและเจ็บปวดกับมันมากมาย แต่มาวันนี้เขากลับชาชิน และเลือกที่จะสร้างกำแพงหนาขวางกั้นระหว่างตัวเขากับผู้อื่น ผู้ใหญ่บางคนที่แสวงหาความรักและเรียกร้องให้คนอื่นเข้าใจตนเอง มักมีประสบการณ์วัยเด็กที่ถูกปฏิเสธซ้ำๆ จากพ่อแม่ตัวเอง น่าแปลกที่ภายในของพวกเขาต้องการให้ผู้อื่นเข้าหา แต่ภายนอกของพวกเขากลับแสดงท่าทีปฏิเสธผู้อื่น แค่เพียงมีใครสักคนมาสัมผัสโดนร่างกายของเขา ความรู้สึกที่เขาได้รับเพียงแผ่วเบาก็มากพอที่จะทำให้เขาถอยหนีอย่างหวาดกลัว เพราะสัมผัสเบาๆ ที่เขาได้รับนั้นมันหนักอึ้งทางความรู้สึก พวกเขากลัวการถูกปฏิเสธเช่นเดียวกับเมื่อครั้งเยาว์วัยที่เขาได้รับ วิธีการที่จะไม่ถูกปฏิเสธเช่นนั้นอีก คือ ‘การปฏิเสธผู้อื่นก่อน’ ที่ตัวเขาจะถูกปฏิเสธนั่นเอง เพราะเขาทนรับความเจ็บปวดไม่ไหวอีกต่อไป ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งภายในใจระหว่างจิตสำนึก (Conscious) กับจิตใต้สำนึก (Subconscious) ที่มีช่องว่างระหว่างกันมหาศาล เนื่องจากได้รับการสั่งสมมานาน แม้ว่าผู้ใหญ่เหล่านั้นจะรายงานว่า “ตัวเองเติบโตมาในครอบครัวธรรมดา และไม่เคยมีปัญหาหนักใดๆ” แต่อย่าลืมว่า ปัญหาเล็กๆ เช่น การได้รับถ้อยคำเชิงลบเพียงไม่กี่คำ เมื่อเจอซ้ำๆ ย้ำๆ บ่อยๆ สามารถกลายเป็นปัญหาทางใจที่ฝังรากลึกติดตัวตั้งแต่เด็กมาจนปรากฏเป็นผลลัพธ์ในวันที่พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ ในใจลึกๆ แล้ว เด็กทุกคนปรารถนาให้พ่อแม่เข้าใจตนเอง และมอบความรักให้กับตนโดยปราศจากเงื่อนไข เมื่อพวกเขาไม่ได้รับมันในวัยเยาว์ พวกเขามีแนวโน้มจะเรียกร้องมันในตอนโต Illustrator: ninaiscat Cr.https://thepotential.org/family/the-untold-stories-ep-6-how-to-love-your-kids/

สอนโควิด…ด้วยนิทาน

สอนโควิด…ด้วยนิทาน สวัสดีค่ะ กระทู้แรกของเราเลยอยากจะมาเป็นการ “รีวิว” นิทานสั้นๆกันนะคะ ลูกคนเล็กเรายังอายุน้อย ขี้อึดอัดพอสมควร บอกให้ใส่หน้ากาก จะทีไรแปปๆเอาออก เราเลยพยายามหาวิธีสอนให้ลูกเข้าใจสถานการณ์เจ้าโรคนี้มากขึ้น หาไปหามา… เจอนิทานของ สสส. เกี่ยวกับโควิดที่เค้าเคยลงไว้ตั้งแต่ระลอกแรก ปรากฎว่าทำมาดีกว่าที่คิดมากเลย (ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรนะคะ 5555) ลองดูกันนะคะ แต่ละเรื่องอ่านฟรี แล้วก็ดาวน์โหลดเก็บใน ipad ไว้เปิดให้ลูกดูภาพได้ด้วย อานีสกับกอล์ฟสู้โควิด – เรื่องโปรดของลูกเลย ภาพน่าร๊ากก แถมอธิบายเรื่องได้ครบถ้วน ง่ายๆ สอนลูกจบในเรื่องเดียวคะแนน: 4.5/5Link: https://www.happyreading.in.th/bookreview/detail.php?id=532 มาล้างมือกันเถอะ – เรียกได้ว่าไม่มีเนื้อหาอะไรเลยนอกจากล้างมือค่ะ 555 สำหรับเรายังชักจูงลูกเราไม่น่าจะได้เท่าไหร่คะแนน: 1.5/5Link: https://www.happyreading.in.th/bookreview/detail.php?id=529&fbclid=IwAR2rqWTHlhpI6vFvGZAaV_Ww2bT_ugY30dF7vHQewCNi1-9iWmFCmvVYHeA อีเล้งเค้งโค้ง – มีเนื้อหาเกี่ยวกับโควิดเยอะมาก มีตัวละครหลายตัว แต่ไม่ค่อยน่ารัก วาดแบบง่ายๆ เนื้อหาแอบจะเยอะเกินจนยากที่เด็กจะเก็บหมดด้วยค่ะคะแนน: 3.5/5Link: https://www.happyreading.in.th/bookreview/detail.php?id=530 หนูจี๊ดติดจอ – ไม่ค่อยเกี่ยวกับโควิดเท่าไหร่ แต่เป็นการสอนให้ลูกไม่ดูทีวีเยอะเกิน เสียดายแอบสั้นไปหน่อย แต่สอนลูกได้ดีค่ะคะแนน: 4/5Link: https://www.happyreading.in.th/bookreview/detail.php?id=517&fbclid=IwAR2gTIcUVniLQ6pofVgoPTVnPZPKlgPBLIOtRO-vOViRIFLmLdr_zHcU4WE Cr: เว็บ สสส. https://palent.co

พ่อแม่ควรอ่านหนังสือให้ลูกฟังเรื่อยไป ไม่มีข้อกำหนดว่าควรหยุดดเมื่อไหร่

ไม่สำคัญว่าลูกอ่านหนังสือได้รึยังพ่อแม่ควรอ่านไปเรื่อยๆ ไม่มีข้อกำหนดว่าควรหยุดเมื่อไร ยิ่งนานยิ่งดีครับ ดาวน์โหลดหนังสือ ‘มหัศจรรย์แห่งการอ่านออกเสียง’ Cr. นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

คำพูด วิธีการ ที่พ่อแม่พูดกับลูก จะเป็นเสียงที่ดังซ้ำ ๆ ย้ำๆ ในหัวของเขา ว่าเขาเป็นอย่างไร

เด็ก ๆ จะรับรู้ว่าตัวเองเป็นคนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่เสียงของคนสำคัญในชีวิตเขาเป็นผู้สะท้อนให้เด็ก ๆ ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงจาก คุณแม่ คุณพ่อ คุณครู หรือผู้ปกครองที่พูดกับเขาก็ตาม สำหรับเด็กบางคนที่โตมากับการได้ยินคำชื่นชมเป็นประจำ เช่น ลูกคือดวงใจของพ่อแม่ พ่อภูมิใจมากที่ลูกตั้งใจ ลูกมีความพยายามมากเลยนะ แม่อยู่ตรงนี้นะ ฯลฯ จะทำให้เด็กรับรู้ว่าเรามีคุณค่า เป็นที่รัก เป็นที่น่าภาคภูมิใจในตัวเอง มีความพยายาม ในทางตรงข้ามเด็กที่ได้ยินกับคำตำหนิ หรือดุด่าบ่อย ๆ จะเกิดความคิดว่าเราเป็นคนไม่ดี ไม่เก่ง ทำผิดพลาดบ่อย ๆ ทำอะไรก็แย่ เสียงเหล่านั้นจะติดอยู่ในความคิดของเขาส่งผลต่อภาคภูมิใจในตัวเอง (Self Esteem) และความยืดหยุ่น (Resilence) มันอาจจะเป็นเสียงแห่งกำลังใจ ยาวที่เขาเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ เป็นความหวังในวันแย่ ๆ ทำให้เขาลุกขึ้นมากได้อีก ในทางตรงกันข้ามก็อาจเป็นเสียงที่บั่นทอนตัวตนของเด็กได้เช่นกัน และเสียงเหล่านั้นจะตอกย้ำ ซ้ำ ๆ ในหัวของเขาตลอดไป Cr. ครูกานต์ นักจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว บันทึกไม่ลับนักจิตวิทยาเด็ก

“อยากให้ลูกฉลาดค่ะ?”

“อยากให้ลูกฉลาดค่ะ?”ความฉลาดไม่มีประโยชน์อะไรในโลกวันนี้ ที่เราควรอยากให้ลูกๆมีคือ อุดมการณ์ จริยธรรม จิตสาธารณะ และทักษะศตวรรษที่ 21 มากกว่าครับมีความฝันที่ไม่เจือจางแม้อายุมากขึ้นมีจิตใจรักคนทุกคน ไม่เหยียดหยามคนไม่ว่าใครจะเกิดมาอย่างไรไม่ลืมตัวว่าเราดีกว่าใครมีโอกาสให้ “ให้” เสมอ และให้ทุกคนมีทักษะเรียนรู้ “เรียนรู้ได้จากทุกที่ทุกเวลา” ด้วยทักษะไอที “วิเคราะห์ข่าวสารที่ได้เสมอ” เพื่อทักษะชีวิต “มีชีวิตที่พัฒนาไปเรื่อยๆทุกๆปี”เท่านี้เองครับ นี่มิใช่ความคาดหวังที่ยากเกินไป ที่แท้แล้วเป็นความคาดหวังที่ง่ายกว่าอยากให้ลูกเรียนเก่งเยอะ ไม่ยากถ้าเราเริ่มต้นก่อกองทรายดีๆ Cr. นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

โศกนาฎกรรมเงียบ (A SILENT TRAGEDY)

แปลมาอีกทีนึงครับ ยาวหน่อยแต่ดีมากๆครับ 🙂 โศกนาฎกรรมเงียบ (A SILENT TRAGEDY) 😥 มีโศกนาฎกรรมที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆภายในครอบครัวหลายๆครอบครัว โดยที่คนในครอบครัวไม่รู้ตัว และมันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา นั่นคือ ลูกๆ หลานๆ ของเรา… ปัจจุบันลูกหลานของเรากำลังมีสภาวะอารมณ์ที่รุนแรง! ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมานักวิจัยได้ให้สถิติที่น่าตกใจมาก เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของความเจ็บป่วยทางจิตของเด็กๆและจำนวนเด็กที่เจ็บป่วยก็มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถิติไม่โกหก:• เด็ก 1 ใน 5 คนมีปัญหาสุขภาพจิต• เด็กที่วินิจฉัยว่าเป็น ADHD เพิ่มขึ้น 43%• มีรายงานภาวะซึมเศร้าของวัยรุ่นเพิ่มขึ้น 37%• มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 200% ในเด็กอายุ 10 ถึง 14 ปี มันเกิดอะไรขึ้นและเราผู้ใหญ่ พ่อแม่ได้ทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า ⁉️ เด็กวันนี้กำลังถูกกระตุ้นมากเกินไปเพื่อให้มีพรสวรรค์ทางด้านวัตถุ แต่พวกเด็กๆถูกปิดกั้น ละเลย จากสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้มีช่วงวัยเด็กที่ดีมีคุณภาพ (healthy childhood) เช่น • พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีสุขภาพจิตที่ดี• การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ โดยพ่อแม่• มีหน้าที่Continue reading “โศกนาฎกรรมเงียบ (A SILENT TRAGEDY)”

พ่อแม่ที่ฉลาดและมองการณ์ไกล จะไม่ดึงลูกออกจากปัญหาแต่จะจูงมือลูกเดินผ่านปัญหาไปด้วยกัน ‼

พ่อแม่ที่ฉลาดและมองการณ์ไกล จะไม่ดึงลูกออกจากปัญหาแต่จะจูงมือลูกเดินผ่านปัญหาไปด้วยกัน ‼ พ่อแม่เห็นอะไร 👀 1.ในชีวิตจริงเราเอาปัญหาและอุปสรรคออกไปจากชีวิตไม่ได้ ยังงัยก็ต้องเจอ และเจอทุกวัน2.ในชีวิตจริงพ่อแม่ไม่ได้อยู่ช่วยลูกได้ตลอดไป3.ในชีวิตจริงลูกไม่สามารถพึ่งใครได้จริงๆ ต้องพึ่งตัวเอง พ่อแม่คาดหวังอะไร 🧠 1.ลูกจะเรียนรู้ว่าไม่ว่าปัญหาจะเล็กหรือใหญ่ มีทางออก มีทางแก้ไขเสมอ มีสติ ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องกลัว2.ลูกจะรู้สึกได้โดยอัตโนมัติว่าตัวเองนั้นมีความสามารถ เกิดความภูมิใจ รู้สึกดีกับตัวเอง Self – Esteem พุ่งทะยานสูงขึ้น ปัญหาอะไรเข้ามาไม่กลัว3.ลูกจะเรียนรู้ว่าพ่อแม่อยู่ข้างเขา ไม่ทอดทิ้ง เป็นทั้งตัวอย่าง ที่ปรึกษา กองเชียร์ ผู้ช่วย และ Heroes ของเขาเสมอ แล้วแต่สถานการณ์ 📣 ดังนั้น พาลูกลุยไปกับปัญหาแบบเด็กๆของเขาตั้งแต่วันนี้ อย่าเอาสบายเรา อย่าพยายามพาลูกหนีปัญหา อย่าพยายามทำให้เส้นทางของลูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ แล้ววันข้างหน้าเมื่อเขาต้องเจอปัญหาที่มันใหญ่ มันยากแค่ไหนก็ตาม เขาก็จะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน เพราะเราพ่อแม่ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลูกได้ตลอดชีวิตนะครับ 😊 Cr. Fb เพจดีต่อลูก