โรงเรียนใกล้บ้าน หรือ โรงเรียนดีที่ไกลบ้าน

โรงเรียนใกล้บ้าน หรือ #โรงเรียนดีที่ไกลบ้าน ปัญหาโลกแตกอีกหนึ่งปัญหา …โดยเฉพาะคนกรุง ฯ ที่เวลาจะไปไหนทีต้องวางแผนการเดินทางดี ๆรถติดจนคิดว่ารถดับกันเลยทีเดียว งานอดิเรกของพ่อหมอ คือ การเปิดโลเคชั่นแล้วกดหาชื่อที่เช็คอิน 555 มันจะมีชื่อที่เก๋ไก๋น่าตี แบบ “ถนนที่รถติดเหมือนจะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้ติดอีก” หรือ “สะพานนรก ติด -ีนเกร็ง” 555 คือ จะติดไปไหนกัน … หากส่งลูกไปเรียนโรงเรียนไกลบ้านถ้าไม่ย้ายบ้านตามโรงเรียนลูกหรือ ซื้อคอนโดเอาไว้อยู่อาศัยวันราชการแล้วกลับบ้านเฉพาะสุดสัปดาห์ ประหนึ่งบ้านตากอากาศ ตอนเช้า … บ้านนั้นก็ต้องแหกขี้ตาตื่นกันตั้งแต่เช้ามืด …กินข้าวบนรถ หรือ ไปกินที่โรงเรียนตอนเย็น … ก็ผจญรถติดกลับบ้าน ดึกหน่อยกว่าจะกินข้าว ทำการบ้าน ก็ดึกแล้ว อีกแป๊บต้องตื่นอีกละ ดังนั้นสิ่งที่เราจะเสียไปกับการเรียนโรงเรียนไกลบ้านคือ “เวลา เวลา และเวลา” ที่จะทำ “กิจกรรมร่วมกัน”(นั่งรถร่วมกันจะนี่คือเป็นกิจกรรมร่วมคงไม่ได้สักทีเดียว)และสิ่งที่อาจตามมา คือ “ความเครียด” และ “ความล้า”จากการเดินทางและรถที่ติด … บางบ้านไม่ได้อยู่ด้วยกันด้วยซ้ำ เพราะลูกขึ้นรถโรงเรียน สิ่งที่ได้จากการเรียนไกลบ้าน คือได้เรียนโรงเรียนที่พ่อแม่คิดว่า “ดีที่สุด” สำหรับลูกContinue reading “โรงเรียนใกล้บ้าน หรือ โรงเรียนดีที่ไกลบ้าน”

เมื่อลูกว่า “แม่เฮงซวย”

เมื่อลูกว่า “แม่เฮงซวย” 7 ขั้นตอนเมื่อเราหมดหนทาง ตอนที่ 1 ขั้นแรกคือ คุณแม่ “ยอมรับ” หรือยังว่าอะไรๆที่ทำไป หรือที่พยายามทำอยู่ “ไร้ผล” นี่เป็นขั้นตอนสำคัญ หากไม่ยอมรับอย่างสนิทใจ ก็จะทำต่อไป คือ พยายามพูด อธิบาย บ่น ลำเลิก สั่งสอน เหล่านี้แม่ทำ ทำ และทำ ค่ำหมดแรง พอตอนเช้าก็ทำอีก คำถามคือยอมแพ้หรือยัง ยอมแพ้จึงนำไปสู่การยอมรับว่าเราแพ้แล้ว หมดปัญญาคุยกับลูกคนนี้ อย่าปล่อยให้อดีตหวานชื่นมาลวงเรา ว่าเขาเคยน่ารัก เขาไม่น่าจะเป็นแบบนี้เลย เราจะเอาอดีตอัน “น่ารัก ขี้อ้อน เป็นห่วงเรา” กลับคืนมา เพราะมันจะไม่มีวันกลับมาด้วยวิธีที่ทำ พูดเช่นนี้เพราะความจริงข้อหนึ่งคือ เขามิใช่สิ่งมีชีวิตตัวเดิม เขามิใช่เด็กคนนั้น คนละตัว คนละความรู้สึกนึกคิด-จิตใจ เขา 14 มิใช่ 4 เขาจะไม่น่ารัก เขาจะห้าว พยศ อึดอัด ไม่อดทน และหุนหันพลันแล่น นึก-พูด คิด-ทำContinue reading “เมื่อลูกว่า “แม่เฮงซวย””

เล่นเข้าไป!

เล่นเข้าไป! รูปนี้อีกครั้ง มีคุณพ่อคุณแม่ใจดีช่วยแปลหลายคน วันนี้ขอคัดชิ้นหนึ่งมาให้อ่านนะครับ ดีต่อท่านอื่นๆ “การเล่นคือวิถีทางตามธรรมชาติในการสอนเด็กๆให้รู้จักแก้ปัญหาของตนรู้จักควบคุมแรงกระตุ้นต่างๆรู้จักบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกรู้จักที่จะมองในมุมของคนอื่นรู้จักการประนีประนอมเมื่อเผชิญความแตกต่างและรู้จักที่จะคบหาผู้อื่นด้วยความเสมอภาคไม่มีอะไรจะมาทดแทนการเล่นในฐานะเครื่องมือฝึกสอนทักษะเหล่านี้ได้โรงเรียนก็ไม่สามารถสอนสิ่งนี้แก่พวกเขา” ไม่อยากจะบอกเลย ผมเข้าห้องเรียนน้อยมากตั้งแต่ไหนแต่ไร ชีวิตทำสองอย่าง เล่น และอ่าน เชื่อเถอะ – เล่นเข้าไป! แปลโดย Davis Chanเขียนโดย Peter Grayใน 1000 Hours Outsideเผยแพร่ต่อโดย Janet Lansburyและเผยแพร่ต่อ โดย นายแพทย์ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ส่องแผนรับมือโควิด ของประเทศในสหราชอาณาจักร หลังกลับมาเปิดเรียนตามปกติ

“…เด็กๆ จำเป็นต้องกลับไปเรียนรู้ประสบการณ์การเรียนในโรงเรียนแบบปกติเหมือนตอนก่อนเกิดการระบาดใหญ่ แม้จะเผชิญความสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็ตาม เรากำลังพยายามให้เด็กๆ สามารถกลับไปเรียนรู้ประสบการณ์ในห้องเรียนตามปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้…” ——————————————————————- แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงอยู่ และยังไม่มีวี่แววที่จะหายไป สิ่งที่ทุกคนทำได้ในขณะนี้ คือการปรับตัว และอยู่ร่วมกับโรคระบาดนี้อย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับการศึกษา ที่มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้มีความปลอดภัยทั้งสำหรับครูและนักเรียน เป็นการเรียนในรูปแบบออนไลน์ ที่ไม่มีการรวมตัวหรือพบปะกัน การปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ ยังพบปัญหาในด้านต่างๆ มากมาย เช่น ความไม่พร้อมของอุปกรณ์ของนักเรียน อีกทั้งเด็กบางช่วงวัยก็ไม่เหมาะสมกับการเรียนผ่านหน้าจอนานๆ และส่งผลต่อด้านพัฒนาการของเด็กเป็นหลัก อาจจะส่งผลให้พัฒนาการด้านการเรียนรู้ทดถอยได้ในระยะยาว ทั้งนี้ หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนจากการเรียนออนไลน์ และมองเห็นถึงความสำคัญในการเรียนที่โรงเรียนมากขึ้น เช่น เด็กจะมีทักษะทางสังคม พัฒนาการด้านอารมณ์ จึงได้มีมาตรการและแนวทางต่างๆ ที่จะทำให้กลับมาเปิดเรียนที่โรงเรียนได้อีก แต่ทั้งนี้ จะต้องคำนึงความปลอดภัยเป็นที่ตั้งสูงสุด เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิดสำหรับเด็กแพร่หลายมากนัก สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์การเปิดใน 4 ประเทศแห่งสหราชอาณาจักร พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้ อังกฤษเปิดเรียน ท่ามกลางความกังวลจากหลายฝ่าย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนในสหราชอาณาจักรได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง หลังจากล็อกดาวน์ แต่การเริ่มต้นเปิดเรียนใหม่ ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเป็นชนวนความเสี่ยงให้เกิดการระบาดเพิ่มขึ้น “เด็กๆ จำเป็นต้องกลับไปเรียนรู้ประสบการณ์การเรียนในโรงเรียนแบบปกติเหมือนตอนก่อนเกิดการระบาดใหญ่ แม้จะเผชิญความสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็ตาม เรากำลังพยายามให้เด็กๆ สามารถกลับไปเรียนรู้ประสบการณ์ในห้องเรียนตามปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราก็ตระหนักเสมอว่า เรายังคงเผชิญกับการระบาดใหญ่ทั่วโลก” นายกาวินContinue reading “ส่องแผนรับมือโควิด ของประเทศในสหราชอาณาจักร หลังกลับมาเปิดเรียนตามปกติ”

เด็กคนหนึ่งจะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เขาโตมา

เด็กคนหนึ่งจะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เขาโตมา โดยเฉพาะปัจจัยการเลี้ยงดู เป็นข้อเท็จจริงอย่างแน่นอนว่า หากเขาได้รับการเลี้ยงดูที่อบอุ่น ตอบสนองความต้องการ ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการตามวัย เด็กคนนั้นคงโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้ซึ่งบาดแผลกายและจิตใจ ในทางกลับกัน หากเขาถูกเลี้ยงดูด้วยการควบคุม บังคับ หรือใช้การลงโทษ แน่นอนว่าเด็กคนนั้นอาจโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยบาดแผล หรืออาจเป็นผู้ใหญ่ที่มีคาแรกเตอร์เผด็จการในตัว (Authoritarian character) ซึ่งความสัมพันธ์ในครอบครัวที่คอยตอบสนองซึ่งกันและกันตั้งแต่เด็กจนถึงวัยรุ่น (Mutually responsive parent – child relationship) จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีทักษะการเข้าสังคมที่ดี โดยเฉพาะรู้จักวิธีต่อรองและตอบโต้อย่างสร้างสรรค์ รู้จักยืดหยุ่น และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ส่วนการเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กรู้สึกทุกข์และไม่ปลอดภัย จากงานวิจัยของ Snonkoff (2012) ระบุว่า ปัจจัยความเครียดในวัยเด็กส่งผลกระทบต่อพัฒนาการพวกเขา เช่นเดียวกับงานวิจัยของ Lanius (2010) และของ Van Der Kolk (2014) ที่ระบุว่า ประสบการณ์เลวร้ายจะถูกบันทึกไว้ในเซลล์ประสาท ถูกดึงมาใช้เมื่อเจอการกระตุ้น เป็นกลไกป้องกันตัวเอง โดยเกิดในรูปแบบของปม (trauma) และเมื่อต้องเผชิญกับความเครียด ส่วนใหญ่มักตอบสนองด้วยการ freezing คือ ภาวะสมองถูกแช่งแข็ง ไม่สู้ หรือหนี ซึ่งลักษณะเช่นนี้สามารถพบได้ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตตระกูลContinue reading “เด็กคนหนึ่งจะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เขาโตมา”

อย่ารักลูกแค่ตอนอารมณ์ดี

อย่ารักลูกแค่ตอนอารมณ์ดี .ตอนเราอารมณ์ดี ก็อยากให้ลูกอยู่.แต่พอเราอารมณ์ไม่ดีก็เอาแต่ไล่ให้ไปเพราะรำคาญ.รำคาญความพูดไม่รู้เรื่อง รำคาญที่ช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ รำคาญที่ต้องคอยดูแลทั้งที่เราก็อารมณ์ไม่ปกติ.จนบางครั้งพอรู้ตัวก็อยากขอโทษเขา.เพราะเราเองก็มานึกได้ว่า.ตอนลูกดีใจ เสียใจ ต้องการกำลังใจ เขาเรียกหาแต่เรา มีแต่เรา เพราะเราคือโลกทั้งใบของเขา.และทำไมเราถึงเลือกอยู่กับเขาแค่บางเวลาที่เราอยากจะอยู่…..จะพยายามให้เวลากันและกันให้มากขึ้นนะ. อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.parentsone.com/donot-care-yourkid-when-you…/ Cr. http://www.parentsone.com

“การเรียน ออนไลน์ เป็นนรกของ พ่อแม่ลูกไปแล้วหรือ”

“การเรียน ออนไลน์ เป็นนรกของ พ่อแม่ลูกไปแล้วหรือ”นี่เป็นเสียงสะท้อนบางช่วงบางตอนของพ่อแม่ ที่บางคนแทบนั่งร้องไห้ โดยมีคะแนนของลูกเป็นเดิมพัน แถมมีวิชาเรียนที่ไม่เป็นเรื่อง แต่เอาเรื่อง นี่คือเหตุผลที่เสนอว่า ควรปรับเปลี่ยนวิธีการโดยเร็ว ก่อนที่ครอบครัวจะเกิดอาการเหนื่อยล้า ยกเลิกการตัดเกรด โดยเฉพาะชั้นเรียนประถมทั้งหมด ยกเลิกตัวชี้วัด ที่ในระบบ online แต่ไปยกเอาตัวชี้วัดแบบเดิม มันกำลังจะกดดันทั้งครู พ่อแม่ ยกเลิกระบบแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นในชั้นเรียนเด็กเล็ก เด็กโตทั้งหมด ยกเลิกการมอบการบ้านโดยไม่ประเมินภาพรวมงานค้าง และวิเคราะห์ให้ดีกับสภาพความเป็นจริงของพ่อแม่ ลดละเลิกวิชาบางอย่างในสถานการณ์นี้ที่ไม่สามารถประยุกต์นำไปใช้ได้ สนับสนุนให้โรงเรียนเป็นศูนยกลางชุมชนแห่งการเรียนรู้ ที่ช่วยทั้งเด็ก ทั้งผู้ปดครอง ให้เกิดทักษะแห่งอาชีพ ที่ทันต่อยุคสมัย สนับสนุนนให้เกิดอาสาสมัครทางการศึกษา เพื่อช่วยพ่อแม่ เด็ก ที่กิดการเรียนรู้แบบ onsite สนับสนุนให้ต้นสังกัดและกรรมการสถานศึกษา เล่นบท Coaching ไม่ใช่สั่งการ สนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการความเครียดทุกฝ่าย สปาอารมณ์ เพื่อลดดีกรีความเครียด สนับสนุนให้ใช้ทรัพยากรท้องถิ่น ในการบูรณาการเข้ากับการเรียนรู้จนเกิดอาชีพ สนับสนุนการเข้าเรียนแบบ mainstreaming ผสมผสาน กับผู้ทร่ไม่พร้อม ให้ช่วยเหลือเกื้อกูล เพื่อยกระดับคุณภาพพลเมือง ใช้หลักสูตรสมรรถนะ มากกว่า การแบ่งเป็นรายวิชาตัดเกรด Cr บันทึกหมอเดว

หลากหลายคำพูดและการกระทำเพื่อจัดการกับ “การร้องไห้” ของลูกที่อาจทำร้ายลูกอย่างไม่รู้ตัว

“หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้นะ” “ไม่เก่งเลยร้องไห้แบบนี้”“ไปร้องไห้ในห้องให้พอ หยุดร้องแล้วค่อยออกมาคุยกับแม่”“เป็นเด็กขี้แยไปได้ เรื่องแค่นี้เขาไม่ร้องไห้กันหรอก”“เด็กผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กันหรอก !” หลากหลายคำพูดและการกระทำเพื่อจัดการกับ “การร้องไห้” ของลูกที่อาจทำร้ายลูกอย่างไม่รู้ตัว … เพราะแค่ #สิทธิในการร้องไห้ ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ … ฤาพ่อแม่ต้องการสร้างเด็กที่ต้อง “เก็บกดอารมณ์ความรู้สึก” ไม่ให้แสดงออกและระบายออกมา โดยหลายคนเชื่อว่า “น้ำตา คือ ความอ่อนแอ” เราต้องเติบโตมาอย่างเข้มแข็ง กล้าแกร่ง ไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น … โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่เราอาจได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อยครั้งกว่า ผู้ใหญ่หลายคนจึงเติบโตมาเป็น คนที่แสดงออกอย่างคนเข้มแข็ง แต่ภายในนั้่นแสนจะเปราะบาง … บางคนเติบโตมาแบบร้องไห้ไม่เป็นเสียด้วยซ้ำ (มีจริง ๆ นะ) มนุษย์เป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกด้วย “หยดน้ำตา” (Emotional Tear) … เมื่อเราเศร้า เสียใจ อ้างว้าง ปีติตื้นตันหรือดีใจมาก ๆ จนถึงจุดที่เราสูญเสียการควบคุม มนุษย์อย่างเราจึงร้องไห้ออกมา … น้ำตาจึงเป็นมากกว่าสารคัดหลั่งมาต่อมน้ำตาหลั่งออกมาเพื่อหล่อลื่นดวงตาหรือเมื่อมีสิ่งระคายเคืองตา … “ถ้ารู้สึก เราก็แค่ร้องไห้ออกมา”ง่าย ๆ แบบนั้น … อาจเพราะประโยคที่เราอาจจะเคยได้ยินและอาจเคยได้ฟังยามที่เราเสียใจในวัยเด็กอย่าง “ไม่เก่งเลยContinue reading “หลากหลายคำพูดและการกระทำเพื่อจัดการกับ “การร้องไห้” ของลูกที่อาจทำร้ายลูกอย่างไม่รู้ตัว”

รู้ทัน ผลกระทบทางจิตใจของเด็ก เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก

รู้ทัน ผลกระทบทางจิตใจของเด็ก เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก การกระทบกระทังกันของพ่อแม่ ไม่เพียงแต่สร้างรอยร้าวในใจของพ่อแม่เองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อลูกโดยตรงอีกด้วย การที่พ่อแม่ทะเลาะกันรวมไปถึงการใช้ความรุนแรงบ่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของตัวเด็ก เด็กจะซึบซับพฤติกรรมไม่ดีเหล่านั้นที่จะส้งผลกระทบร้ายแรงต่อตัวเด็กในอนาคตอีกด้วย เป็นเด็กก้าวร้าว เด็กสามารถซึมซับสิ่งต่างๆ ได้ง่าย การที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันมากๆ ก็จะทำให้เด็ซึมซับนิสัยก้าวร้าว ชอบใช้กำลัง ชอบรังแกคนอื่น ขาดความมั่นคงในจิตใจ การที่เด็กเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยๆ ส่งผลให้เด้กรู้สึกไม่สบายใจตลอดเวลา เกิดความสับสนกังวล ในระยะยาวจะทำให้เด็กนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นที่ไม่มั่นใจในตัวเอง กลายเป็นคนโทษตัวเอง เด็กหลายคนจะคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่ทะเลาะกัน ทุกอย่างเป็นความผิดของตัวเองและมักคิดว่าตนเองนั้นไม่ดีพอ เข้าสังคมไม่เป็น เด็กบางคนกลายเป็นคนที่กลัวการเข้าสังคม เพราะความรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดความอบอุ่น จากการที่ครอบครัวนั้นมีปัญหา แก้ปัญหาไม่เป็น เพราะเห็นพ่อแม่ใช้อารมณ์ใส่กัน เด็กจึงไม่ได้รับการเรียนรู้เรื่องการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ทำให้เมื่อโตขึ้นจะกลายเป็นคนแก้ปัญหาไม่เป็นในที่สุด เมื่อมีปัญหาขัดแย้งกัน พ่อแม่ควรปฏิบัติตัวอย่างไร พูดคุยด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ แยกกันสงบสติอารมณ์ แยกไปคุยกันส่วนตัวห้องอีห้องหนึ่ง ส่งข้อความ หรือพิมพ์คุยกัน อย่าลืม ปลอบใจลูก หากเผลอทะเลาะกันต่อหน้าลูกไปแล้ว เคล็ดลับรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว เข้าอกเข้าใจกัน แสดงความรัก แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน อ้างอิง Developmental Science Family CourtContinue reading “รู้ทัน ผลกระทบทางจิตใจของเด็ก เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก”

อย่าให้การเรียนแบบยัดเนื้อหาอัดเต็มไปหมดแม้จะเป็นonline ขโมยธรรมชาติพัฒนาการของเด็กและยังขโมยเวลาแห่งครอบครัว

อย่าให้การเรียนแบบยัดเนื้อหาอัดเต็มไปหมดแม้จะเป็นonline #ขโมยธรรมชาติพัฒนาการของเด็กและยังขโมยเวลาแห่งครอบครัวโดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ทำไมเราไม่ทำโรงเรียนให้กลายเป็น Center for Home School เพื่อ support ทุกครอบครัว ทุกรูปแบบ เพื่อให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ที่สามารถเกิดอาชีพใหม่ๆ ในสถานการณ์นี้ ผู้ใหญ่ก็ได้ปย. เด็กก็สนุก ทลายแนวคิดเดิมๆเถอะครับ ต้นสังกัด #เลิกสั่งการแต่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง !!! ถ้ายิ่งกระจายอำนาจลงท้องถิ่นได้ยิ่งดี อย่าหวงไว้ที่ส่วนกลาง #ทลายกฎกรอบที่หยุมหยิมในยามนี้ เพราะ #โปรดตระหนักด้วยว่าตอนนี้ทุกคนเครียดได้ง่ายมากในสถานการณ์เช่นนี้ (COVID19) “ต้นสังกัดมีหน้าที่ปลด lock ความตึงและกฎกรอบของ ตัวเองที่แข็งกระด้างมากและยาวนานอย่าให้การเรียนรู้ เป็นการเรียนรู้บนความทุกข์และความตึงเครียด เพราะไม่ว่าผู้สอน ผู้เรียน หรือแม้พ่อแม่เครียด การเรียนรู้นั้นจะเปล่าประโยชน์ อยากที่จะเกิดศรัทธา และ ใจรักที่จะเรียนรู้ได้เลย อีกอย่าง มนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์เดินได้ อย่าเข้าใจผิดนะครับ #เหลือเวลาให้อยู่ในครอบครัว #อยู่กับตัวเองที่ได้ฝึกสติสมาธิฝึกความเป็นคนที่มีความเอื้ออาทรมากกว่าสนใจแต่เกรดและวิชาการ “(สุริยเดว 2564) Cr#บันทึกหมอเดว 12/8/64