วันที่ลูกทำตัวไม่น่ารักที่สุด นั่นคือตอนที่เขาต้องการความรักจากพ่อแม่มากที่สุด

Inside Out คือเรื่องราววุ่นๆ ของอารมณ์ทั้ง 5 ในหัวของไรลีย์เด็กหญิงอายุ 11 ปีที่ครอบครัวของเธอเพิ่งจะย้ายบ้าน และนั่นก็ทำให้เธอต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เด็กหญิงที่เคยรู้จักแต่ความร่าเริงสดใสอย่างไรลีย์ต้องรับมือกับอารมณ์ต่างๆ อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกไม่ว่าจะเป็น ความโกรธ ความกลัว หรือความเศร้า และนั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อแม่เริ่มมีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ทำให้นึกไปถึงหนังสือ Simplicity Parenting (เลี้ยงลูกแบบเรียบง่าย) ซึ่งว่าด้วยการนำความเรียบง่ายกลับคืนสู่ชีวิตของเด็กๆ และพ่อแม่ในวันที่โลกนั้นเต็มไปด้วยความรีบร้อนและสิ่งต่างๆ ในชีวิตที่มากมายเกินไป บทหนึ่งที่ดีมากในหนังสือเล่มนี้คือบทที่ว่าด้วย ‘ไข้ใจ’ ของเด็กๆ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พวกเขาย่างเข้าสู่วัยรุ่นและเริ่มรู้สึกว้าวุ่น สับสน แปลกแยกกับโลก และที่แย่ที่สุดก็คือรู้สึกแปลกแยกกับตัวเอง สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือตัวพ่อแม่เองก็อาจจะติดไข้ใจจากลูกได้และพาให้อารมณ์ของพวกเขาขุ่นมัวไปเช่นกัน เพราะการรับมือกับลูกที่มีพฤติกรรมผิดแปลกไปในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังสำรวจเงามืดในใจตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฉากที่น่าสนใจมากใน Inside Out และทำให้เราได้เห็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ติดไข้ใจจากลูกก็คือตอนที่ไรลีย์และพ่อแม่ทานข้าวด้วยกันบนโต๊ะอาหาร และหนังก็เปิดเผยให้เราได้เห็นการทำงานของอารมณ์ต่างๆ ในหัวของทั้งสามคนที่นำไปสู่ความขัดแย้งในครอบครัว โดยเฉพาะตอนที่ความโกรธเริ่มเข้ามานำหน้าอารมณ์อื่นๆ คำพูดหนึ่งที่ผมชอบมากในหนังสือเล่มนี้ก็คือคำพูดที่ว่า “วันที่ลูกทำตัวไม่น่ารักที่สุด นั่นก็คือวันที่เขาต้องการความรักจากพ่อแม่มากที่สุด” เวลาที่เราโกรธใครสักคน เรามักจะมองเห็นแต่ข้อเสียในตัวเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยพ่อแม่ได้ในช่วงเวลาแบบนี้ก็คือการนึกถึงภาพลูกในตอนที่เขาทำตัวดีงามและน่ารัก นึกถึงด้านดีของเขาให้มากๆ โดยวิธีหนึ่งที่อาจจะช่วยได้ก็คือการนำอัลบั้มรูปเก่าๆ ของพวกเขาในตอนเด็กๆ มาดูใหม่อีกครั้ง แม้ว่าเขาจะทำตัวไม่น่ารักในตอนนี้ แต่สิ่งที่พ่อแม่ต้องไม่ลืมก็คือ เด็กน้อยผู้น่ารักคนเดิมที่เราเคยรู้จักมาตลอดชีวิตยังคงซ่อนตัวอยู่ ณ มุมใดมุมหนึ่งในจิตใจของเด็กวัยรุ่นเจ้าปัญหาที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้เช่นกัน และมันก็คือหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะช่วยเด็กน้อยคนนั้นให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่น่าลำบากใจนี้ไปให้ได้ =======================SimplicityContinue reading “วันที่ลูกทำตัวไม่น่ารักที่สุด นั่นคือตอนที่เขาต้องการความรักจากพ่อแม่มากที่สุด”

พ่อแม่ที่ดี ไม่ได้หมายความว่า เราต้องมาจากครอบครัวที่ดี ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเท่านั้น ถึงจะเป็นได้

พ่อแม่ที่ดี ไม่ได้หมายความว่า เราต้องมาจากครอบครัวที่ดี ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเท่านั้น ถึงจะเป็นได้ !!!! แต่เป็นพ่อแม่ที่ เข้าใจว่า… เมื่อก่อนเราเคยถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร และรู้ มีความเข้าใจจริงๆ ว่าพ่อแม่ ครอบครัวที่ดีควรจะต้องเป็นอย่างไร แล้วพยายามทำ พยายามสร้าง ให้มันเกิดขึ้นในครอบครัวของเราวันนี้ให้ได้ ใครๆก็เป็นพ่อแม่ที่ดีได้และมีครอบครัวที่ดีได้ครับ แม้เราจะเคยมีวัยเด็ก ครอบครัวที่แย่แค่ไหน ก็ให้มันจบไปกับอดีต….😊 Cr. เพจดีต่อลูก

เด็กที่ถูกเลี้ยงท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า มีแนวโน้มที่จะมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่เติบโตโดยปราศจากสีเขียวของต้นไม้

งานวิจัยล่าสุดของ Hasselt University ประเทศเบลเยี่ยม ได้แสดงให้เห็นว่า เด็กที่ถูกเลี้ยงท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า มีแนวโน้มที่จะมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่เติบโตโดยปราศจากสีเขียวของต้นไม้.โดยงานวิจัยนี้ทำการศึกษาเด็กอายุ 10-15 ปีจำนวน 640 คนทั่วเบลเยี่ยม ในพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่เขตชนบท เขตกึ่งชนบท และเขตเมือง โดยมีฐานะครอบครัวต่างๆ ตั้งแต่ยากจนถึงร่ำรวย นำมาวัดไอคิว เปรียบเทียบกับภาพถ่ายทางดาวเทียมที่อยู่อาศัยของเด็ก ซึ่งแสดงความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่เด็กคนนั้นๆ อาศัยอยู่ ผลปรากฎว่า เด็กที่เติบโตขึ้นในพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ตามธรรมาชาติมากกว่า 3% จะทำให้เด็กมีไอคิวสูงขึ้น 2.6 คะแนน ซึ่งผลที่ได้เหมือนกันในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเขตชนบทหรือในเมือง และคะแนนไอคิวของเด็กที่เติบโตในบริเวณที่มีธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น สวนสาธารณะ ป่า สวนในบ้าน หรือต้นไม้ข้างถนน จะสูงกว่า 80 เสมอ ในขณะที่ เด็กในเมืองที่ไม่ได้พบเจอธรรมชาติเลย มีไอคิวต่ำกว่า 80 ถึง 4% นักวิจัยคาดว่าส่วนนึงของผลที่ได้ อาจมาจากมลพิษทางอากาศในบริเวณที่ไม่มีความเขียวจะสูงกว่า หรือมลพิษทางเสียงที่จะลดน้อยลงไปหากมีต้นไม้มาบดบังด้วย นอกจากนี้พื้นที่สีเขียวยังมีผลต่อ สมาธิและอารมณ์ของเด็กอีกด้วย ซึ่งสองคล้องกับงานวิจัยจากที่ก่อนหน้าที่ว่า ความจำของเด็กจะดีขึ้นเมื่ออยู่ท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกๆ มีไอคิวที่สูงขึ้น ก็ควรจะให้ลูกๆได้สัมผัสกับธรรมชาติอยู่เป็นประจำด้วย อ้างอิงhttps://www.pnas.org/content/112/26/7937https://journals.plos.org/plosmedicine/article?id=10.1371/journal.pmed.1003213https://www.theguardian.com/environment/2020/aug/24/children-raised-greener-areas-higher-iq-studyContinue reading “เด็กที่ถูกเลี้ยงท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า มีแนวโน้มที่จะมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่เติบโตโดยปราศจากสีเขียวของต้นไม้”

พ่อแม่ไม่มีเวลาเล่นกับลูก จัดการอย่างไร

พ่อแม่ไม่มีเวลาเล่นกับลูก จัดการอย่างไรคำว่าไม่มีเวลาขึ้นกับการให้ความสำคัญ เรื่องที่เราให้ความสำคัญเราจะมีเวลาจนได้เสมอ พ่อแม่ทุกบ้านมีเวลา 24 ชั่วโมง ท่านจะให้เวลานี้กับอะไรเท่านั้นเอง ก เงิน ข งาน ค ดูฟุตบอล ง เล่นกับลูก ทุกคนมีสิทธิเลือกและรอใช้ทุนคืนหากเลือกผิดโดยทั่วไป การจัดลำดับความสำคัญ priority setting จะเป็นเรื่องที่พ่อแม่ควรฝึก จัดถูก ได้ทั้งหมด จัดผิด เสียทั้งหมด เช่น ถ้าเอาข้อ ง เล่นกับลูกขึ้นก่อน ลูกได้ดีทุกช่วงชั้นพัฒนาการ แม้รายได้จะน้อยลงแต่รายจ่ายจะน้อยลงมากกว่าเพราะลูกไม่ก่อกวนและไม่สร้างปัญหา เมื่อลูกไปได้ดี เราสบายใจกลับอุทิศตัวให้แก่งานได้ดี เรื่องดูฟุตบอลเป็นของง่ายที่สุดในทางตรงข้าม ไม่เล่นกับลูก ลูกพัฒนาการช้าทั้งสมองและจิตใจ ไม่มี EF ออกนอกลู่นอกทาง เงินที่ได้ก็เอาไปจ่ายค่าชดใช้ความเสียหายในตอนท้ายหรือค่าประกันตัวออกจากโรงพัก ใจที่ไม่สงบไม่มีวันทำงานให้ดีได้7. คนที่ช่วยเลี้ยงลูกชอบให้เล่นจอต่าง ๆ ทำอย่างไรดีเปลี่ยนคน เปลี่ยนไปเรื่อยๆจนกว่าจะพบคนที่ใช่ แล้วให้โบนัส Cr. นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

สร้างสัมพันธภาพบนความขัดแย้ง ในครอบครัวระหว่างวัยรุ่นกับผู้ใหญ่

#สร้างสัมพันธภาพบนความขัดแย้ง ในครอบครัวระหว่างวัยรุ่นกับผู้ใหญ่ โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้ใหญ่ ต้องเรียนรู้ที่จะอดทนและควบคุมอารมณ์ตนเอง เป็นนักฟังที่ชาญฉลาดคือฟังวัยรุ่นสะท้อนด้วยความสงบ แต่เหลาความคิด (ด้วย 3 คำถาม กล่าวคือ รู้สึกอย่างไร คิดเห็นไง และ จะแก้ปัญหาอย่างไร) บวกกับการวางกติกาง่ายๆในบ้านที่พร้อมรับฟังกันและกัน ที่เรียกว่าสุนทรียสนทนาในบ้าน รวมถึงการประพฤติที่จะเป็นต้นแบบที่ดี ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง โปรดตระหนักไว้ว่า “หากเรารักษาบรรยากาศ ครอบครัวด้วย ความรักความเข้าใจ ความอบอุ่น ปลอดภัย ปราศจากอคติ แม้เขาพลาดแต่เราก็ให้อภัย และให้ลูกมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไร พ่อและแม่รักลูกเสมอ เปิดอ้อมแขนพร้อมรับเสมอ”(สุริยเดว 2563) เชื่อว่า บ้านที่ #ใจเปิด#รับฟังเป็นแม้เห็นต่าง#ให้อภัยแม้ผิดพลาด สงครามข้ามเจเนอเรชั่น จะไม่เกิดขึ้น ประคับประคองด้วยใจที่อดทน ปราศจากอคติ ปราศจากการกดดันด้วยความรุนแรง#แล้วเราจะได้หัวใจของลูกกลับมาโดยที่ #ลูกเราคนใหม่จะมีวุฒิภาวะและรู้จักจัดการอารมณ์ได้มากขึ้น โดยสรุป 5 คุณสมบัติพ่อแม่ที่จะไม่มีปัญหากับลูกทุกเจเนอเรชั่น 1.#รักอบอุ่นปลอดภัยและไว้วางใจได้ อย่างไม่มีอคติ หรือวาระซ่อนเร้น2.#เป็นผู้ฟังที่ดี ที่ตั้งใจฟัง สะท้อนความรู้สึกให้ผู้เล่าสบายใจที่จะเล่าต่อ 3.#บ้านต้องมีวินัยแบบฉบับเดียวกัน วินัยเชิงบวก เป็นกติกาที่เกิดจากการมีส่วนร่วมสร้างการยอมรับ ระหว่างกันContinue reading “สร้างสัมพันธภาพบนความขัดแย้ง ในครอบครัวระหว่างวัยรุ่นกับผู้ใหญ่”

สมองวัยรุ่น

“สรุปใจความที่ได้จากหนังสือ Teenage Brain”.หมอได้มีโอกาสอ่านหนังสือชื่อ Teenage Brain หรือ สมองวัยรุ่น ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีแปลเป็นภาษาไทย เลยสรุปมาให้ฟังกันค่ะ.1.Adolescents are not, in fact, an alien species, but just a misunderstood one.วัยรุ่นไม่ใช่สปีชี่เอเลี่ยนเราแค่เขาใจเขาผิดไปเท่านั้นเอง.ผู้ใหญ่หลายคนมองเห็นว่าสรีระของวัยรุ่นเริ่มคล้ายผู้ใหญ่ ควรจะมีความคิดแบบผู้ใหญ่ หรือควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้.จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สมองชอบลอง โดยผู้ปกครองต้องเข้าใจในธรรมชาติของเขา แล้วเราจะพาเขาผ่านเวลานี้ไปได้.+++++.2.เรายังมีความเชื่อผิดๆว่าอารมณ์ใจร้อน ชอบเสี่ยงของวัยรุ่นเกิดจาก “ฮอร์โมน” จริงๆแล้ว วัยรุ่นมีระดับฮอร์โมนไม่ต่างจากผู้ใหญ่ แต่ “สมอง” ของวัยรุ่นมีปฎิกิริยาต่อฮอร์โมนนั้นต่างจากผู้ใหญ่ต่างหาก ช่วงวันรุ่นเป็นช่วงวัยที่สมองส่วนหน้า (frontal lobe) ซึ่งทำหน้าที่คิดวิเคราะห์ เป็นเหตุเป็นผล กำลังเจริญเติบโต.แต่ระหว่างนั้น สมองส่วนอารมณ์ หรือส่วนอยาก (limbic system) ก็ทำงานไปด้วย.กว่าสมองส่วนหน้าจะเจริญเต็มที่ก็ตอนอายุ 20 ปี (แล้วแต่ตำรา บางเล่มก็บอก 25 ปี) ดังนั้นเราจึงเห็นว่าเขาใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล.3.วิธีช่วยให้เขาใช้เหตุผลนั้นมีหลายวิธี.-หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่วัยรุ่นทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด ให้คุยกับเขาว่าข้อดี ข้อเสียของสิ่งนั้นคืออะไร.-ชวนให้เขาวิเคราะห์ว่า ถ้าครั้งหน้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกจะทำอย่างไร จะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดอีก.-หยิบยกข่าวต่างๆContinue reading “สมองวัยรุ่น”

เด็กๆควรมีสมาธินานแค่ไหน?

แต่ละวัยควรมีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมหรือการเล่นการอ่าน มากแค่ไหน ลองไปดูกันเลยนะคะ ยิ่งเด็กเล็ก สมาธิไม่นานกันเป็นเรื่องปกติและธรรมชาติมากเลยนะคะอย่าเหมารวม อย่าดุด่า เอะว่า ลูกเป็นสมาธิสั้นกันเลยสามขวบแรก วิ่งเล่นปีนป่ายเยอะๆนะคะกลับมาอ่านนิทานตอนกลางคืนกัน อ้างอิงข้อมูลจาก :พญ.สุพาพรรณวดี ฟู่เจริญ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ #สมาธิสั้น#ครูน้ำฝนนักกิจกรรมบำบัด cr. เพจครูน้ำฝนนักกิจกรรมบำบัดเด็ก

ยุคที่ค่าเรียนของลูก สูงกว่ารายได้ของพ่อแม่ (ปู่ย่าตายายชอบถามว่า คุ้มไหม จบมาทำงานได้เงินคุ้มค่าเรียนไหม)

เรื่องของยุคนี้… 🌾🌿☘🌲 ยุคที่พ่อแม่มีความรู้ (เรียนสูง) มากกว่าครู แต่สอนลูกไม่ค่อยได้ ยุคที่ค่าเรียนของลูก สูงกว่ารายได้ของพ่อแม่ (ปู่ย่าตายายชอบถามว่า คุ้มไหม จบมาทำงานได้เงินคุ้มค่าเรียนไหม) ยุคที่มีคำถามว่าลูกจะสามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ไหม? ยุคที่ต้องรู้ ต้องหาข่าวว่าเพื่อนๆลูก เค้าไปทำอะไรกัน สำคัญพอๆกับเรื่องของตัวเอง ยุคที่เด็กต้องติวเพื่อสอบเข้า ป.1 ในบางที่ ตั้งแต่อนุบาล ยุคที่สิ่งไม่ดีต่างๆมาถึงตัวเด็กง่ายมากๆ ยุคที่พ่อแม่อยากให้ลูกออกนอกบ้านเข้าหาธรรมชาติ มากกว่าอยู่บ้าน (แต่ลูกอยากเข้าหาเทคโนโลยีมากกว่า) ยุคที่พ่อแม่ไม่ค่อยไว้ใจถ้าปล่อยลูกอยู่คนเดียวในห้อง ยุคที่พ่อแม่ต้องคอยเป็น เฮลิคอปเตอร์ วนเวียน รอบๆ ยุคที่เด็กๆไม่รู้จักแม้คนข้างบ้านถัดไปไม่กี่หลัง(ถ้าพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว) ยุคที่ยกย่อง คนรวย คนสวยหล่อ มากกว่าคนดี ยุคที่พ่อแม่ ไม่สามารถ บ่นๆ ว่าๆ แล้วเด็กจะฟังอีกแล้ว ยุคที่ดารา นักร้อง ในทีวี ที่มีความสามารถ มักจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะดี ยุคที่ยิ่งลูกโตขึ้นพ่อแม่ยิ่งรู้สึกว่าอยู่บนดาวคนละดวงกับลูก ยุคที่ความสุขของลูกสำคัญกว่าความสุขของพ่อแม่ และของคนอื่น ในบางครั้ง ยุคที่เงินหายาก แต่ใช้ง่าย ยุคที่ติวเตอร์ รวยกว่าหมอ ยุคที่ลูกอยู่บ้านแล้วไม่มีอะไรทำ พ่อแม่ทำหมดแล้ว จึงต้องเล่นมือถือContinue reading “ยุคที่ค่าเรียนของลูก สูงกว่ารายได้ของพ่อแม่ (ปู่ย่าตายายชอบถามว่า คุ้มไหม จบมาทำงานได้เงินคุ้มค่าเรียนไหม)”

ครูตีเด็ก

ในวันที่ไม่ใช่แค่ครูที่ตีฉัน “คุณหมอคะ จากประเด็นคุณครูตีเด็กที่กำลังไวรัลกันตอนนี้ คุณหมอมีความเห็นต่อการสั่งและสอนเด็กๆแบบ “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” อย่างไรบ้างคะ สารภาพว่าในฐานะครูคนหนึ่ง ส่วนตัวไม่เชื่อว่า child abusing จะสามารถสร้างคนได้อย่างแท้จริงเลยค่ะ แต่มันน่าเศร้าที่ครูหลายท่านรอบตัว รวมถึงเพื่อนครูรุ่นใหม่หลายท่าน ยังยึดว่า #ไม้เรียวสร้างคน คุณหมอคิดเห็นอย่างไรคะ หากคุณหมอสะดวกรบกวนชี้แนะหน่อยนะคะ” มีคลิปหลุดครูตีลูกศิษย์อย่างรุนแรงพร้อมกับคำด่าว่า “สารเลว” ครูถูกสอบสวนและให้ย้ายที่ทำงานไว้ก่อนครูร่ำไห้ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง พร้อมใจปกป้องครู โลกออนไลน์ แบ่งเป็น 2 ฝ่าย…………………………. เมื่อสมองถูกทำให้กลัว จะตอบสนอง 3 รูปแบบ ซึ่งถ้ามันมากเกินไป ก็ทำให้ส่งผลร้าย คือ ปัญหาเรื้อรังทางสุขภาพจิต สู้ – ต่อต้าน เอาคืน ก้าวร้าว รุนแรง นำมาซึ่งการใช้ความรุนแรง หนี- ไม่กล้าเผชิญปัญหา ไม่เผชิญความท้าทาย หลบเลี่ยง โกหก ปกปิดความผิด นำมาซึ่งความวิตกกังวล ยอม- รู้สึกเป็นผู้ถูกกระทำ ไม่มีอำนาจ รู้สึกแย่กับตัวเอง ความนับถือตัวเองต่ำ นำไปสู่โรคซึมเศร้าได้Continue reading “ครูตีเด็ก”