พ่อแม่ควรเปิดพื้นที่ที่ลูกสามารถแสดงความสามารถแบบของเขาและช่วยให้เขามีเซลฟ์เอสตีม มีที่ยืนให้แก่เซลฟ์คือตัวตน

“หน้าที่ของวัยรุ่นอีกข้อหนึ่งคือไปหาแก๊ง ตอนเรียนประถมอายุ 7-12 ปีเด็กๆไปหาเพื่อนเพื่อทำงานเป็นทีม เป็นวัยรุ่นชั้นมัธยมอายุ 13-18 ปีเด็กๆไปหาเพื่อนมิได้เพื่อไปทำงานเป็นทีม แต่ไปหาแก๊งเข้าสังกัดเพื่อสวามิภักดิ์หัวหน้าแก๊ง เหตุที่เขาไปเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอัตลักษณ์ ใช้อัตลักษณ์ของหัวหน้าแก๊งที่เขาชื่นชอบมาผสมผสานกับพ่อแม่แล้วผลิตบุคคลใหม่อัตลักษณ์ใหม่ ความรู้นี้บอกเราว่าแก๊งเป็นเรื่องชั่วคราวและหัวหน้าแก๊งเป็นนมกล่อง เมื่อเขาดูดอัตลักษณ์ของหัวหน้าแก๊งหมดแล้วก็ทิ้ง หัวหน้าแก๊งมีวันเอ๊กซไปร์หมดอายุ พ่อแม่ที่ชาญฉลาดจึงไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับหัวหน้าแก๊งโดยเปิดเผย รับฟังลูกและรอเวลา เด็กจะเข้าแก๊งไหน เราอยากให้ลูกเข้าแก๊งเด็กเรียนเรียนเก่ง แต่มิใช่ทุกคนจะมีปัญญาทำได้ เด็กจะเลือกแก๊งที่เปิดพื้นที่ให้เขาแสดงความสามารถและมีเซลฟ์เอสตีม หากเขาเรียนไม่เก่งไปไหนไม่ได้ขยับตัวมีแต่ถูกดุด่าว่าโง่ไม่เอาไหน เขาจะไปเข้าแก๊งที่ยินดีต้อนรับเขาให้โอกาสเขาสำแดงฝีมือ อาจจะสูบบุหรี่พ่นควันสวยหรือมากกว่านั้น พ่อแม่ที่รู้ทันจึงควรเปิดพื้นที่ที่ลูกสามารถแสดงความสามารถแบบของเขาและช่วยให้เขามีเซลฟ์เอสตีม มีที่ยืนให้แก่เซลฟ์คือตัวตน Cr. นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การบังคับเด็กให้ทำกิจกรรมที่ไม่ชอบบ้าง จริงๆมันก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด

ครั้งหนึ่งเคยดูสัมภาษณ์ แดน ดีทูบี แดนพูดประมาณว่า“ตอนเด็กๆพ่อ แม่ชอบให้ไปเป็นตัวแทน แข่งขันและอ่านทำนองเสนาะ ส่วนตัว ไม่ชอบ ไม่อยากไป พยายามจะหนี และครูที่สอนก็ดุมาก ต้องอ่านชัด ฝึกออกเสียง คำหนักเบา เสียงสั้นยาว รายละเอียดเยอะ แต่ต้องไปเพราะโดนพ่อแม่บังคับ พยายามจะหนี แต่สุดท้ายก็ต้องยอมซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่พาแดนมาถึงวันนี้” “คืออยากจะบอกว่า การบังคับไม่ได้แย่เสมอไป คนทุกคนควรได้รับการโดนบังคับ และให้ยอมรับบ้าง เพราะเรามักมองไม่เห็นตัวเรา แต่พ่อแม่หรือคนอื่นอาจจะเห็นว่าเราทำแบบนี้ได้ เมื่อเราลองทำดู เราอาจจะเจอสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เบื้องบนให้เรามาก็ได้ อย่าปฎิเสธโอกาส “เราว่าแดนพูดได้ดี เราก็เลยได้ความคิดหนึ่งว่าลูกไม่จำเป็นต้องได้ทำแต่ในสิ่งที่ชอบหรอก บางอย่างลูกอาจจะไม่รู้เลยว่าเค้าจะทำอะไรได้ดี มีพรสรรค์ด้านไหน ไม่เข้าใจว่า ทำเพื่อตัวเองไปทำไม ทำยังไง เพราะเค้ายังเด็ก เค้ายังรักตัวเองไม่เป็นไง—————————————————————-เรามีเพื่อน ที่เล่าเรื่องเพื่อนอีกคนให้ฟังว่า เค้าอยากให้ลูกสอบติดสาธิตฯ เค้าพาลูกติวอย่างมีวินัยแล้วบอกลูกว่า“รักแม่ไหม” แน่นอนลูกตอบว่ารัก“ถ้ารักแม่ ตั้งใจนะลูก ตั้งใจติว ตั้งใจทำข้อสอบ แล้วสอบได้เป็นรางวัลให้แม่ แม่อยากให้หนูสอบได้ ทำเพื่อแม่นะ” เราก็ถามเพื่อนกลับไป ตามบทความหนึ่งที่เคยอ่านมาว่า “อย่าเอาความหวังของตัวเองไปผูกติดไว้ที่ลูก” ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับบทความนี้“นี่มันความหวัง ความสุขของแม่ ทำไมไปโยนภาระให้ลูกเป็นคนทำ มันถูกต้องเหรอ”Continue reading “การบังคับเด็กให้ทำกิจกรรมที่ไม่ชอบบ้าง จริงๆมันก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด”

เลี้ยงลูกแบบฉลาด

เลี้ยงลูกแบบฉลาด “ตอนนี้ไม่ค่อยซ้อมดนตรีเลยบอกว่ายาก บังคับให้เล่นก็ร้องไห้ต้องทำยังไงดี”😢 “ตอนสอบต้องติวให้รึเปล่า..เดี๋ยวลูกจะเข้าใจผิดคิดว่าเรากดดันเรื่องเรียน” “เข้มงวดแค่ไหน ถึงจะไม่ทำให้ลูกเครียด.เป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบให้ใครได้เลยจริงๆเพราะโลกนี้ ไม่มีเครื่องวัดความกดดัน, ความเครียด, ความเข้มงวดเป็นหน้าจอดิจิตอลให้เราเห็น.แต่หมออยากแชร์เนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือเรื่อง GRITว่าด้วยเรื่องการเลี้ยงลูกแบบฉลาด.หลังจากความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกเชิงบวกแพร่หลายพ่อแม่ส่วนใหญ่เข้าใจว่าการเลี้ยงลูก ด้วยเหตุผลเป็นเรื่องดีและการทำโทษ หรือการกระทำใดๆที่กดดัน เคร่งเครียด เป็นเรื่องไม่ดีบางคนถึงขั้นวิจารณ์การเลี้ยงดูลูกของครอบครัวอื่น.ความจริงก็คือความเครียดที่พอเหมาะ (positive stress)ไม่ได้ทำร้ายสมองเด็กยังเป็นสารตั้งต้นชั้นดี ของคำว่า ศักยภาพ ความเครียดที่พอเหมาะเป็นความเครียดที่เกิดจาก การได้เผชิญอุปสรรคและต้องดึงความสามารถของตัวเองมาแก้ปัญหาเป็นความเครียดที่คาดเดาได้(ไม่ใช่การทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรมทางเพศ ทำร้ายจิตใจจนทำให้เสียคุณค่าในตัวเอง ทอดทิ้งละเลยโดยสิ้นเชิง….พวกนี้คือ major stress ที่ส่งผลร้ายต่อสมอง) งานบ้านที่ไม่อยากทำ แต่ก็ต้องทำนี่ก็เกิด positive stress พ่อแม่ เข้มงวด กับลูก มีการวางกติกากันก่อนทำไม่ได้ก็ต้องรับผลของการกระทำ….นี่ก็ positive stress การซ้อมดนตรี กีฬา การทำสิ่งที่ยากกว่าความสามารถปัจจุบันของตัวเองก็เป็นความเครียดแต่ถ้าผ่านมันไปได้ ก็เก่งนี่ก็ positive stress เรื่องที่ควรรู้ถัดมาคือเด็กที่ไม่มีใครคาดหวังอะไรกับเค้าเลยไม่ใช่เด็กที่คนอื่นต้องอิจฉาจะทำหรือไม่ทำก็ได้จะซ้อมหรือไม่ซ้อมก็ได้จะสอบตก หรือสอบได้ ก็ไม่ต่างกันจะได้คะแนนเท่าไหร่ก็ได้ เค้ามิใช่เด็กที่จะภาคภูมิใจในตัวเองเพราะเด็กอยากให้คนที่เค้ารัก ชื่นชมเค้าเสมอการชื่นชมที่มีแต่เปลือกใช้ได้แค่พักเดียวอีกไม่นานเค้าจะตั้งคำถามว่าเค้ามีอะไรควรค่ากับการชมนั้นรึเปล่าหลังจากนั้น เค้าจะรู้ว่า คำชมนั้น ไม่มีค่าอะไรเพราะ ดี ไม่ดี ทำหรือไม่ทำ…ก็ได้มาอยู่ดี ดังนััน การเลี้ยงลูกอย่างฉลาดไม่ได้หมายถึงContinue reading “เลี้ยงลูกแบบฉลาด”

7 Characters ที่ #มนุษย์จะมีเหนือหุ่นยนต์ตลอดไป

โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี #Creativity จินตนาการเหนือวิชาความรู้ ไม่ว่า จะเป็น Growth mindset, Out of box, Lateral thinking หรือแม้แต่การไม่ยึดติดกรอบเดิมๆ2.#Curiousity ความใฝ่ฝัน อยากรู้ อยากเห็น อยากเรียนรู้ กระตือรือร้น ทะเยอทะยาน3.#LovewithBondingAttachment สายใยรักและความผูกพัน ที่พร้อมจะร่วมทุกข์สุขไปด้วยกัน4.#Morality กตัญญูรู้คุณ มีวินัย รับผิดชอบ ทักษะควบคุมตนเอง หรือยับยั้งชั่งใจ น้ำใจแบ่งปันเอื้ออาทร5.#Consciousness ใช้สติจัดการอารมณ์ และความเครียดที่มีได้6.#Inspiration แรงบันดาลใจ ศรัทธา พลังบวก7.#ResiliencyandAdversarialGrowth พลังอึดอดทนฮึด สู้ และเสริมพลังจากลบเป็นบวก จากวิกฤติเป็นโอกาสแห่งการพัฒนา Cr.การประชุมนานาชาติจิตวิทยาทั่วโลก ในครั้งที่ หมอเดว ได้รับเชิญไปพูดในหัวข้อ ต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน (#LifeAssests #PositiveDevelopment) #บันทึกหมอเดว

รู้จักโรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ Montessori

รู้จักโรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ Montessori โรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ Montessori เป็นโรงเรียนทางเลือก ที่กำลังได้รับความนิยม และผู้ปกครองที่กำลังมองหาโรงเรียนให้ลูกให้ความสนใจ มาทำความรู้จักกับหลักสูตรของโรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ Montessori ว่าเป็นอย่างไร มีรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบไหน และลูกจะได้อะไรจากการเรียนโรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ Montessori บ้าง ที่มาของโรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ โรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ (Montessori Method) คิดค้นและจัดตั้งขึ้นโดย แพทย์หญิงมาเรีย มอนเตสซอรี่ (Dr.Maria Montessori) ซึ่งมีปรัชญาว่าจิตที่เกิดมาพร้อมกับเด็กได้กำหนดลักษณะนิสัยของเด็กมาก่อน แต่สภาพแวดล้อมที่ดีที่เหมาะกับการเรียนสำหรับเด็ก จะช่วยส่งเสริมสิ่งที่เด็กมีอยู่ในตัว ดังนั้นการศึกษาในระยะเริ่มต้นของเด็กควรได้รับปลูกฝังให้เจริญเติบโตไปตามธรรมชาติและความต้องการของเขา ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เด็กเป็น  หลักการของการสอนแบบมอนเตสซอรี่ พัฒนาการสอนให้สัมพันธ์กับพัฒนาการความต้องการ ตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน ในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ขวบ เป็นช่วงที่จิตซึมซับสิ่งแวดล้อมโดยไร้ความรู้สึก ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 การมองเห็น การได้ยิน การลิ้มรส การดมกลิ่น และการสัมผัส เด็กใช้จิตในการหาความรู้ การเรียนรู้ในระยะแรกของชีวิต เป็นช่วงพัฒนาสติปัญญา เด็กสามารถเรียนทักษะเฉพาะอย่างได้ดี ครูต้องช่างสังเกต และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้ในการจัดการเรียนการสอนให้สมบูรณ์ที่สุด การเตรียมสิ่งแวดล้อม เด็กจะเรียนได้ดีที่สุดในสภาพการจัดสิ่งแวดล้อมที่ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่าง มีจุดหมาย มีอิสระจากการควบคุมของผู้ใหญ่ ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ตามความคิดของตนเอง เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เรียนรู้ระเบียบวินัยของชีวิต มีอิสระภาพในการทำงานและแก้ไขข้อบกพร่องเด็กสามารถเรียนได้ด้วยตนเอง ลดวิธีการให้ครูเป็นศูนย์กลาง แต่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางในการเรียนเพิ่มขึ้น หลักสูตรของโรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ การเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่คำนึงถึงความต้องการของเด็กในการเรียน โรงเรียนจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับวัยให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเอง วิธีนี้เด็กจะได้พัฒนาตนเองจากสิ่งแวดล้อมContinue reading “รู้จักโรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ Montessori”

เคล็ดลับการเลือกโรงเรียนให้ลูก

เคล็ดลับการ เลือกโรงเรียนให้ลูก ให้เหมาะสมตามวัย โดย พญ.มัณฑนา ชลานันต์ กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม รพ.กรุงเทพ และ นพ.นิธิ หล่อเลิศรัตน์ กุมารแพทย์ รพ.กรุงเทพ หมอชี้! หลักการ เลือกโรงเรียนให้ลูก โรงเรียนที่ดีต้องมี 3 ข้อนี้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้วการ เลือกโรงเรียนให้ลูก ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะลูกจะต้องห่างอกคุณพ่อคุณแม่ไปใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนแทบทั้งวัน และยังต้องไปปรับตัวในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นอีกหลายคน แถมสมัยนี้ ยังมีโรงเรียนในหลาย ๆ แนวให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแนวบูรณาการ หรือ แนววิชาการ แล้วโรงเรียนแนวไหนล่ะที่เหมาะกับลูกเรา? และจะดูได้อย่างไรว่าโรงเรียนที่จะให้ลูกเข้าไปเรียนนั้นเป็นโรงเรียนที่ดี ลูกเรียนแล้วจะมีความสุข มีสังคมที่มีคุณภาพ?  ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงขอนำบทสัมภาษณ์จาก พญ.มัณฑนา ชลานันต์ กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม รพ.กรุงเทพ และ นพ.นิธิ หล่อเลิศรัตน์ กุมารแพทย์ รพ.กรุงเทพ ถึงวิธีการเลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับลูก ดังนี้ หลักในการเลือกโรงเรียนเด็กเล็ก มี 3 ข้อ ได้แก่ ครู ความสะอาด และ หลักสูตรการเรียน การเลือกโรงเรียนอย่างเหมาะสมตามวัยของลูกนั้น ควรพิจารณาตามช่วงอายุ โดยแบ่งเด็กออกเป็นContinue reading “เคล็ดลับการเลือกโรงเรียนให้ลูก”

“เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้ EF” โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

โลกทุกวันนี้หมุนไปเร็ว ด้วยข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ด้วยเครื่องมือสื่อสารใหม่ๆ แล้วเราจะเลี้ยงลูกอย่างไรกันดี ให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างพร้อมเผชิญกับโลกที่เราเองก็ไม่ได้รู้จักดีนัก EF หรือ Executive Function คือความสามารถของสมองและจิตใจที่จะควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับชีวิตในศตวรรษที่ 21 ที่จะช่วยยึดเหนี่ยวเด็กๆ ของเราไว้ท่ามกลางความเชี่ยวกรากของโลกในวันนี้และวันข้างหน้า Cr. Amarinbooks

6 โรคที่มากับฤดูหนาว

6 โรคที่มากับฤดูหนาว 1.โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ อาการจะเริ่มด้วยการมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ไอ เมื่อเริ่มมีอาการควรนอนพักผ่อนให้มาก ๆ ดื่มน้ำบ่อย ๆ ถ้าตัวร้อนมากควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว หรือกินยาลดไข้ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-7 วัน แต่หากมีอาการไอมากขึ้น หรือมีไข้สูงนานเกิน 2 วัน ควรไปพบแพทย์ 2.โรคปอดบวม จะมีอาการโดยทั่วไปได้แก่ ไอ เจ็บหน้าอก มีไข้สูง และหายใจหอบ การวินิจฉัยจะกระทำโดยการฉายรังสีเอกซ์และการตรวจเสมหะ ซึ่งหากมีความรุนแรง ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากเป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รวมทั้งเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อย เด็กขาดสารอาหาร เด็กที่มีความพิการแต่กำเนิด เช่น โรคหัวใจ เป็นต้น 3.โรคหัด มักเกิดในเด็กโตและวัยรุ่น อาการจะเริ่มจากมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง และจะมีผื่นขึ้นภายหลังมีไข้ประมาณ 4 วัน จากนั้น ผื่นจะกระจายทั่วตัว โดยผื่นจะจางหายไปภายใน 2 สัปดาห์ เด็กที่ป่วยเป็นหัดContinue reading “6 โรคที่มากับฤดูหนาว”

“เมื่อเด็กใกล้ 7 ขวบ เขาลดความเป็นศูนย์กลางของตนเองลง ก่อนหน้านี้โลกไม่มีใครมีแต่เขา เด็กแต่ละคนลดความเป็นศูนย์กลางของตนเองนี้ลงเร็วช้าต่างๆกัน การไป รร หรือการเข้าสังคมมิใช่เรื่องเร่งด่วน เรารอได้

“เมื่อเด็กใกล้ 7 ขวบ เขาลดความเป็นศูนย์กลางของตนเองลง ก่อนหน้านี้โลกไม่มีใครมีแต่เขา เด็กแต่ละคนลดความเป็นศูนย์กลางของตนเองนี้ลงเร็วช้าต่างๆกัน การไป รร หรือการเข้าสังคมมิใช่เรื่องเร่งด่วน เรารอได้ ทุกท่านทดลองยืนตรงแล้วก้มคอดูเท้าของตัวเอง จะเห็นพุงและเท้าไม่เห็นอะไรอีก คือเห็นแต่ศูนย์กลาง มีมือหนึ่งเข้ามาแย่งตุ๊กตา ไม่เห็นหน้าเห็นแต่มือกัดมันเลย นี่คือเห็นตนเองเท่านั้น ข้างเด็กที่อยากได้ตุ๊กตาก็เห็นแต่ตุ๊กตาไม่เห็นหน้าเจ้าของ อยากได้ก็แย่งเลย ไม่ต้องขอ เราไม่รีบต่อว่าเด็กเล็กสองสามขวบเรื่องต้องขอแบ่งปัน เราสอนเสมอจะเอาของใครต้องขอ เพื่อนขอลูกจะให้หรือไม่ให้ก็ได้อยู่ที่ความพร้อม คนขอมิได้เห็นแก่ตัว คนไม่ให้ไม่ใช่ไม่แบ่งปัน เด็กสองคนมิได้ก้าวร้าวและมิใช่ผู้ร้าย เด็กสองคนแค่ลดความเป็นศูนย์กลางยังมิได้เท่านั้นเอง เขากำลังพัฒนา เราไม่รีบกล่าวหา เราสอน ถ้าเด็กตีกันในสนามเด็กเล่น เราเพียงแยกออกให้เล่นคนเดียวแล้วรอเขาพร้อม เมื่อเขาพร้อมเขาจะเข้าหาเด็กคนอื่นได้เอง เขาจะเรียนรู้ได้ว่ากติกาสนามเด็กเล่นคืออะไร ถ้าอยากเข้าไปก็ต้องทำตามกติกา เบื่อเล่นคนเดียวแล้ว โอ๊ะโอ๋ คนอื่นเล่นสนุกเต็มสนาม อยากเข้าไปก็แค่ทำตามกติกา Cr. นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

นักจิตวิทยาไขปริศนาคาใจ ทำไมคนเราจำเรื่องในวัยเด็กไม่ได้ โดยเฉพาะ 3-4 ปีแรกของชีวิต!?

นักจิตวิทยาไขปริศนาคาใจ ทำไมคนเราจำเรื่องในวัยเด็กไม่ได้ โดยเฉพาะ 3-4 ปีแรกของชีวิต!? By เหมียวศรัทธา  สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ เรามักจะไม่มีความทรงจำใดๆ ในช่วง 3-4 ปีแรกของชีวิต ในขณะที่ความทรงจำของชีวิตก่อนจะอายุ 7 ปีเอง โดยมากแล้วก็มักจะเป็นอะไรที่ขุ่นมัว และบอกได้ยากว่าจริงหรือไม่ ปรากฏการณ์ในรูปแบบนี้ เป็นสิ่งที่เรารู้จักกันในชื่อ “ภาวะเสียความจำในวัยเด็ก” (Childhood amnesia) ปรากฏการณ์ที่แม้แต่นักจิตวิทยาก็ยังคงพยายามหาคำตอบกันเรื่อยมาว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร อ้างอิงจากคุณ Jeanne Shinskey อาจารย์อาวุโสและผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการภาควิชาจิตวิทยาหากเรามองกันโดยเผินๆ การที่เราจำอะไรในวัยเด็กไม่ได้เลยนั้นก็คงมีความเป็นไปได้สูง ที่จะมาจากการที่ในตอนเด็กสมองของเรานั้น จะยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการที่สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่มีความสำคัญต่อการจัดเก็บความทรงจำระยะสั้นไปไว้ในความทรงจำระยะยาว โดยมากจะใช้เวลาพัฒนาตัวจนเราอายุได้ราวๆ 7 ขวบ อย่างไรก็ตามจากการทดลองในอดีต นักวิทยาศาสตร์กลับพบว่าแม้แต่เด็กอายุ 6เดือนเอง ส่วนมากก็จะมีความสามารถในการจดจำการเล่นของเล่น ในระยะยาวแล้ว ดังนั้นปัญหาความคงจำของเราจึงไม่น่าจะมาจากการที่เราจำอะไรไม่ได้ตั้งแต่ต้น แต่เป็นเพราะเราลืมมันไปมากกว่า นั่นนำมาซึ่งความเป็นไปได้ที่สองนั่นคือ ในวัยเด็กเราน่าจะยังมีความรู้ด้านภาษาไม่มากพอที่จะจดจำอะไรเป็นเวลานาน นี่อาจจะเป็นอะไรที่ฟังดูแปลกสำหรับหลายๆ คน แต่เชื่อหรือไม่ว่านักวิทยาศาสตร์นั้น ได้พิสูจน์มาแล้วว่ามนุษย์จะจำอะไรได้ดีขึ้นหากเราเปลี่ยนความทรงจำของตัวเองเป็นภาษา ด้วยเหตุนี้ มันจึงอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะลืมความทรงจำส่วนใหญ่ในวัยเด็กไปเพราะสมองของเรานั้นยังไม่มีคําศัพท์มากพอที่จะใช้เปลี่ยนความทรงจำ ซึ่งทำให้ในวัยเด็กเราจะแทบจำอะไรไม่ได้เลย และยิ่งเราเรียนภาษาเท่าไหร่ความทรงจำของเราก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นตามไปตามกาลเวลา แต่แม้ว่าแนวคิดเรื่องภาษาจะดูน่าเชื่อก็ตาม มันก็ไม่ใช่แนวคิดเดียวที่พยายามจะอธิบายการหลงลืมความคงจำตอนเด็กของเราเช่นกัน เพราะวัฒนธรรมและสังคมเองContinue reading “นักจิตวิทยาไขปริศนาคาใจ ทำไมคนเราจำเรื่องในวัยเด็กไม่ได้ โดยเฉพาะ 3-4 ปีแรกของชีวิต!?”