แค่อยากให้แม่เข้าใจ

แค่อยากให้แม่เข้าใจ

‘ฮาอึน’ หรือ ‘คิมฮาอึน’ เด็กหญิงชาวเกาหลีใต้ เธอเขียนจดหมายฉบับนี้มาถึงรายการ Hello Counselor

.

สวัสดีค่ะ หนูชื่อ คิมฮาอึน อยู่ชั้น ป.4 หนูเรารู้ว่าทุกคนเหนื่อยกับชีวิตที่วุ่นวายของตัวเอง แต่หนูคิดว่าตัวเองเหนื่อยที่สุดแล้ว เพราะตื่นเช้าขึ้นมาหนูต้องไปโรงเรียน พอเลิกเรียนก็ต้องไปเรียนเปียโน เสร็จแล้วก็ต้องไปเรียนพิเศษ และเรียนไวโอลินด้วย หนูเรียนพิเศษเยอะมาก แล้วยังต้องอ่านหนังสือ ฝึกใช้คอมพิวเตอร์ ฝึกเขียน กว่าจะกลับบ้านก็สี่ทุ่มแล้ว กว่าจะได้นอนก็ประมาณห้าทุ่ม แม่บอกว่าหนูต้องเรียนมากๆ แต่นี่มันมากเกินไป

หนูขอแม่ไปงานวันเกิดเพื่อน บอกแม่ว่า “ขอไปแป๊บเดียวนะแม่” แต่แม่บอกว่า “ไม่ได้ เธอต้องอ่านหนังสือ” คงเพราะหนูไม่เคยไปไหนกับเพื่อนๆเลย พวกเขาก็เลยไม่มางานวันเกิดของหนูด้วย

ไม่เป็นไร หนูพยายามตั้งใจเรียนให้หนัก แต่พอประกาศผลสอบ หนูบอกแม่ว่า “ทำถูกหมดเลยนะแม่ ผิดไปแค่ข้อเดียวเอง” แม่กลับบอกว่า “แบบนั้นมันไม่เรียกว่าถูกหมด ผิดข้อเดียวมันคือความล้มเหลวนะ”

วันนั้นหนูร้องไห้ใหญ่ หนูเหนื่อยมาก หนูแค่อยากจะพักบ้าง ใครก็ได้ ช่วยหยุดแม่หนูหน่อย”

.

รายการนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ การเปิดโอกาสให้คนที่มีปัญหาบางเรื่องได้สื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงในใจกับอีกคน เพื่อให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น

คนคนนั้น ที่ฮาอึนอยากให้เข้าใจมากที่สุดก็คือ ‘แม่ของเธอ’

ตอนแรกที่ฮาอึนเดินเข้ามาในห้องส่งของรายการ เธอเข้ามาด้วยใบหน้าที่ร่าเริงและยิ้มแย้มจนพิธีกรถามว่า “ลองคิดว่าเธอต้องเครียดดูสิครับ” แต่หลังจากที่ฮาอึนเริ่มเล่าเรื่องของตัวเอง เธอก็เริ่มน้ำตาไหน

คำพูดที่พรั่งพรูออกมา แสดงว่าเธอกำลังอึดอัดอย่างยิ่ง

เธอเป็นคนชอบกิน แต่เมื่อเธอต้องเรียนพิเศษจนมืดค่ำ ทำให้ต้องกินคิมบับ(ข้าวห่อสาหร่ายยัดไส่ต่างๆ)ในร้านสะดวกซื้อเป็นอาหารเย็น

ใจจริงเธออยากเรียนเต้น แต่แม่ก็บังคับให้เธอเรียนดนตรี เพราะเป็นสิ่งที่แม่รู้สึกว่ามันดีกว่า และเป็นความฝันที่แม่อยากจะเล่นเปียโน สีไวโอลินได้

เธออยากดูทีวีบ้าง แต่แม่บอกว่าทีวีมันไม่มีอะไรน่าสนใจ

ฮาอึนเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก คะแนนสอบดีเลิศและไปแข่งขันได้รางวัลมามากมาย เธอนำรางวัลและเกียรบัตรรางวัลต่างๆมาในรายการด้วย ทุกคนในห้องส่งชื่นชมเธอ แต่เธอกลับบอก ‘แม่ไม่เคยชมเธอเลยสักนิดเดียว’

นอกจากฮาอึน รายการก็เชิญแม่ของเธอมาด้วย จริงๆ แล้วแม่ของฮาอึนก็เป็นแม่ที่รักและหวังดีกับลูกมาก

แม่บอกว่า เพราะคนอื่นรอบข้างลูกก็เรียนหนักเหมือนกัน ถ้าไม่เรียนก็จะแข่งกับเขาไม่ได้ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกสาวเครียด แม่รู้สึกแค่ว่า ลูกเรียนเก่งและมีพรสวรรค์ ก็ต้องสนับสนุนให้ถึงที่สุด แล้วที่ไม่เคยชมลูกก็เพราะอยากให้ลูกทำให้ได้ดีกว่านี้ กลัวว่าถ้าชมแล้วลูกจะไม่พยายามในคราวหน้า

แต่จริงแล้วฮาอึนก็ไม่ต่างจากเด็กคนอื่น แม้ว่าจะเรียนเก่งแค่ไหน ใครจะชมเชยเธอยังไง ก็ไม่เหมือนกับพ่อแม่แสดงความชื่นชมและยอมรับเธอ ตรงนั้นเป็นกำลังใจสำคัญที่ฮาอึนต่องการอย่างยิ่ง

ก่อนจะจบรายการ พิธีกรให้ฮาอึนพูดความในใจกับแม่

พิธีกรบอกเธอว่า ให้พูดไปได้เลยอย่างที่คิด และถามว่า “อยากลดวิชาไหนลง หรือเลิกเรียนพิเศษมั้ย”

.

สิ่งที่ฮาอึนพูดกับแม่คือ

“แม่คะ หนูมาที่นี่ ไม่ได้ว่าอยากจะเรียนให้น้อยลงนะ

แต่อยากให้แม่เข้าใจบ้าง ชื่นชมและรักหนูมากขึ้น

ให้หนูทำอะไรที่อยากทำบ้าง

หนู อยากมีเวลาไปเที่ยวกับแม่

หนูจะโตเป็นลูกที่ดี

รักนะแม่”

.

หมอคิดถึงฮาอึน ในวันก่อนที่ได้ตรวจคนไข้คนหนึ่ง แม่ของเธอก็คล้ายๆ แม่ฮาอึน รักและหวังดีกับลูก แต่บางครั้งความรักและหวังดีที่เกินพอดี ทำให้กลายเป็นความกดดันไปที่ตัวเด็ก ทั้งที่พ่อแม่เองก็ไม่ได้ตั้งใจ

แม้เป็นเด็กก็ต้องมการ ‘สมดุลในการใช้ชีวิต’ ในขณะที่เรียนอย่างหนัก เด็กก็ควรมีเวลาพักผ่อน ได้เล่นสนุกอย่างที่เด็กๆ ชอบทำบ้าง

พ่อแม่อาจจะบอกว่า เหนื่อยตอนนี้แต่จะสบายทีหลัง แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างต้องมีความสมดุล อะไรที่ตึงเกินไป วันหนึ่งมันก็จะขาด หมอไม่ได้บอกว่า ไม่ให้เด็กเรียนพิเศษ เรียนได้ แต่ต้องมีความพอเหมาะพอดี

ที่สำคัญ ในวันเวลาที่เหน็ดเหนื่อยนั้น กำลังใจจากคนรอบข้างมีความสำคัญ อย่าลืมชื่นชมในสิ่งดีๆที่ลูกทำ รวมถึงเข้าใจและยอมรับในตัวตนตามธรรมชาติของลูก มีความคาดหวังอยู่ในความเป็นจริง กำลังใจจากพ่อแม่ในวันนี้จะกลายเป็นกำลังใจที่ตัวเขาสร้างเองได้ในวันที่เขาต้องพึ่งพาตัวเอง

อย่าให้ลูกรู้สึกว่า พ่อแม่จะรักเขาต่อเมื่อ เขาทำตัวดี เขาสอบได้ที่ 1 เขาสอบเข้าโรงเรียนที่พ่อแม่อยากให้เข้าได้ เขาน่ารัก ฯลฯ เท่านั้น พ่อแม่ต้องทำให้ลูกรู้สึกว่า ‘จะเป็นอย่างไร พ่อแม่ก็รักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข’ ซึ่งตรงนี้พ่อแม่ต้องทำให้เด็กเห็นด้วยคำพูดและการกระทำ

อย่าลืมว่าวัยเด็กไม่ได้อยู่กับเราถาวร แต่มันอยู่กับเราในช่วงเวลาสั้นๆ เราเป็นเด็กอยู่ไม่นาน ก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภาระหน้าที่รับผิดชอบมากมาย

ช่วงเวลาวัยเด็กคือ ‘ภาพจำ’ ที่เด็กและพ่อแม่สร้างขึ้นนั่นแหละ จะเป็นขุมกำลังใจ ปลอบประโลมและหล่อเลี้ยงชีวิตเมื่อต้องเผชิญกับความเป็นจริงและอุปสรรคต่างๆที่อย่างไรเสียก็ต้องเข้ามาตามธรรมชาติในวัยผู้ใหญ่

คงไม่ได้มีเด็กหลายคนที่มีโอกาสพูดความในใจกับแม่อย่างฮาอึน

.

หมายเหตุ: บทความนี้เคยเขียนและลงในเพจเมื่อหลายปีก่อน แต่ขอนำมาลงใหม่ เพราะเด็กๆ เช่นฮาอึนก็ยังพบเจอได้อยู่เรื่อยๆ ค่ะ (เรื่องและภาพประกอบมาจาก รายการ Hello Counsellor EP 354)

Cr#หมอมินบานเย็น

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: