เด็กๆก็เครียดเพราะโควิดได้

เด็กๆก็เครียดเพราะโควิดได้

จากคอมเมนท์ของคุณแม่ หมอจึงนำมาเขียนเป็นบทความเย็นนี้ค่ะ

ช่วงนี้เด็กๆ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติ มีทั้งช่วงที่ต้องหยุดเรียน ช่วงที่เรียนออนไลน์ ไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ไม่ได้เล่นกับเพื่อนๆ เหมือนเดิม หรืออาจจะเป็นเพราะความเครียดของคนในบ้านที่มากขึ้น เช่น พ่อแม่เครียดเรื่องรายได้ที่ลดลง พ่อแม่ต้องเวิร์คฟรอมโฮม ฯลฯ คนในบ้านเครียด และแม้จะไม่ได้บอกเด็กๆ ว่าเราเครียดนะ แต่เด็กก็อาจจะรับรู้ได้ถึงหน้าตาเคร่งเครียด หรือ ความเครียดจากการดูข่าวโควิดที่น่ากลัวต่างๆ เป็นต้น

เราคงเปลี่ยนแปลงการระบาดไม่ได้ง่ายดายนัก ตัวเลขคนติดเชื้อยังค่อนข้างสูง และไม่แน่ใจว่าจะเป็นเช่นนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ สิ่งที่เราทำได้คือ ช่วยให้เด็กๆ (รวมถึงตัวเราด้วย) จัดการกับความเครียดที่เกิดได้ดีขึ้น

.

  1. ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า เมื่อเด็กเกิดความเครียดแล้ว เด็กจะเป็นอย่างไร ?

เด็กมีความเครียดได้ ความเครียดของผู้ใหญ่กับเด็กอาจแตกต่างกัน เพราะผู้ใหญ่จะสามารถบรรยายความรู้สึกความคิดของตัวเองได้ เนื่องจากมีความเข้าใจในเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ

แต่ในเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังมีพัฒนาการทางภาษาไม่ดีเพียงพอ ยังไม่มีความเข้าใจและยังไม่สามารถสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้ เวลาที่เด็กเครียด เด็กก็อาจจะแสดงออกด้วยพฤติกรรม เช่น ดื้อ ต่อต้าน ก้าวร้าวมากขึ้น ขาดสมาธิ นอนไม่หลับ ฝันร้าย มีปัญหาการการกิน ปัสสาวะราด พัฒนาการถดถอย อะไรที่เคยทำได้ก็กลับทำไม่ได้ ติดและไม่ยอมแยกจากผู้ดูแลใกล้ชิด ความเครียดอาจจะแสดงออกด้วยอาการทางกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน โดยไม่พบสาเหตุชัดเจน

เด็กที่โตขึ้นมาหน่อย จะเล่าถึงความเครียดที่มีได้มากขึ้น เพราะความเข้าใจภาษา การแสดงออกความคิดความรู้สึกดีขึ้น แต่ก็อาจมีทั้งอาการทางกายที่กล่าวมา ในเด็กวัยรุ่น ความเครียดอาจส่งผลให้การเรียนตกลง มีปัญหาสัมพันธภาพกับเพื่อน วัยรุ่นอาจจะติดเพื่อน มีปัญหากับพ่อแม่ทะเลาะเบาะแว้งกันมากขึ้น เด็กบางคนติดเกม ติดอินเทอร์เน็ต เนื่องจากต้องการหลีกหนีจากความเครียดในใจ

เรียกได้ว่า ความเครียดในใจเด็กทำให้เกิดการแสดงออกได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับวัย พื้นอารมณ์ ธรรมชาติของเด็กค่ะ

  1. ถ้ารู้สึกว่าลูกเครียดเพราะโควิด พ่อแม่ควรทำอย่างไร ?

1) พ่อแม่เองควรมีความตระหนักถึงความเครียดของตัวเอง (ซึ่งมีได้เป็นธรรมดา ในช่วงเวลาเช่นนี้) มีวิธีจัดการที่เหมาะสม (หมอเคยเขียนในบทความก่อนหน้านี้มาแล้ว) หากมีความเครียด กังวลมาก การไปช่วยเด็กๆ ก็คงทำได้ยาก และอาจจะทำให้เด็กมีผลกระทบทางจิตใจมากขึ้น

2) จำกัดการดูข่าวเกี่ยวกับโควิด ไม่ต้องดูมากไป เอาเฉพาะที่จำเป็น

3) จัดการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันให้น้อยเท่าที่พอทำได้ ถ้าจำเป็นจะต้องเปลี่ยน ก็คงจะต้องอธิบาย และสร้างความคุ้นเคยกับเด็กในการทำอะไรใหม่ๆ เช่น การต้องเปลี่ยนมาเรียนออนไลน์ ออกไปเล่นนอกบ้านกับเพื่อนๆ ทำไม่ได้แล้ว เป็นต้น

4) เวลาที่เด็กมีพฤติกรรมอารมณ์ที่เปลี่ยนไป (เช่นที่คุณแม่ถามมาในคอมเมนท์) ต้องเข้าใจว่า เป็นการแสดงออกทางความรู้สึกไม่สบายใจของเด็ก การตอบสนองต่อปฏิกิริยาของเด็กที่เกิดควรจะใช้ความเข้าใจ ไม่ใช่การดุ ตำหนิ ขู่ หรือไปโมโหเด็ก (และก็ไม่ใช่จะไปตามใจเกินไป)

5) มีเวลาให้เด็ก เช่น เล่น อ่านนิทาน วาดรูป ระบายสี ต่อเลโก้ เล่นบอร์ดเกม ทำกิจกรรมผ่อนคลายกับเด็กมากขึ้น

6) เด็กที่โตและพอเล่าความรู้สึกได้ ให้รับฟังความไม่สบายใจของเขา เปิดโอกาสให้เขาพูด หรือถามคำถามที่สงสัยในเรื่องที่เกิดขึ้น

7) ให้ความรักเอาใจใส่เด็กอย่างเหมาะสม อย่าคิดว่าที่เด็กมีความเครียดหรือพฤติกรรมถดถอย เป็นการเรียกร้องความสนใจ เพราะเป็นธรรมดาที่เด็กๆ จะต้องการความรักความสนใจมากขึ้น (แนวๆ อ้อนผู้ใหญ่มากขึ้น)

8)ควรจะให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคโควิดกับเด็ก ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น จะต้องทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น ใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง โดยใช้คำพูดที่เด็กเข้าใจง่าย ตามอายุของเขา

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์นะคะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากโควิด ถ้าถึงคิว รีบไปรับวัคซีนกันนะคะ

Cr#หมอมินบานเย็น

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: