เข้าใจวัยรุ่น

‘เบลล่า’ เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง สนิทกับแม่ของเธอมาก แต่ก็มักจะเถียงกันกับแม่เสมอ ล่าสุดคือเรื่อง .. เวลาในการอาบน้ำ

จริงๆ ก่อนหน้านี้แม่และเบลล่าก็มีเรื่องเถียงกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องจิปาถะในชีวิตประจำวัน เช่น กินข้าว พับผ้าห่ม สระผม แปรงฟัน ฯลฯ

เรื่องอาบน้ำก็เช่นกัน

.

หมอเปิดโอกาสให้แต่ละคนอธิบายเหตุผลของตัวเอง

แม่บอกว่าเบลล่าอาบน้ำนานเกินไป คือ อาบนานกว่าครึ่งชั่วโมง ทำให้คนอื่นไม่ได้ใช้ห้องน้ำ และแม่อยากให้หนูเอาเวลามาทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่า ส่วนเบลล่าบอกว่า ก็ห้องน้ำมีตั้งหลายห้องอ่ะแม่ ตอนนี้หนูปิดเทอมนะ จะอาบน้ำนานๆ มันจะเสียเวลาอะไรมากมาย และหนูอาบให้สะอาดน่ะแม่ มันมีโควิดนะ เมื่อถามในรายละเอียด จริงๆ คือ ครึ่งชั่วโมงนั้นแค่เวลาอาบน้ำ แต่บวกเวลาที่เด็กไปนั่งเล่นมือถือในห้องน้ำด้วยประมาณชั่วโมงหนึ่ง

แม่ลูกให้หมอตัดสิน ตกลง 30 นาทีมันนานไปไหม

ก่อนอื่นหมอก็หาข้อมูลประกอบการพิจารณาก่อน ด้วยการหาใน กูเกิล พิมพ์คีย์เวิร์ดว่า “appropriate shower length”

ข้อมูลในกูเกิลมีหลากหลายค่ะ ก็หาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ทำให้ได้คำตอบว่าเวลาในการอาบน้ำที่เหมาะสมควรจะเป็น 5-15 นาที ถ้านานกว่านั้นจะผิวแห้ง ถ้าอาบนานๆ ผิวจะไม่สวย แห้งและเหี่ยวเร็ว อีกอย่างคือ เปลืองน้ำ มีผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เบลล่าและแม่จึงตกลงว่าลดเวลาไม่เกิน 15 นาที เพราะหนูอยากผิวสวยๆ และหนูรักษ์โลก

เรื่องราวจึงจบด้วยดีพอควร ขอบคุณกูเกิล

หมอมักได้รับคำปรึกษาในเรื่องความเป็นห่วงของพ่อแม่ในเรื่องการใช้ชีวิตของลูกคล้ายๆ กับแม่เบลล่า พบบ่อยๆ ว่าความขัดแย้งแบบนี้มักเกิดในช่วงลูกเข้าวัยรุ่น

พ่อแม่ที่มีลูกวัยรุ่น ควรทำความเข้าใจพัฒนาการวัยรุ่น เด็กจะมีความคิดของตัวเอง อยากเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น บางทีอยากบอกความเห็นตัวเอง อยากให้พ่อแม่ฟังเขา

ถ้าพ่อแม่มองว่า ลูกไม่เชื่อฟัง ลูกเถียง แล้วไปโกรธ โมโห โวยวายใส่ลูก ตรงนั้นยิ่งทำให้พ่อแม่คุยกับลูกๆไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ

กลายเป็นสัมพันธภาพที่ไม่ดีต่อกัน แบบนี้ลูกก็จะยิ่งไม่อยากพูดคุยกับพ่อแม่ในเรื่องอื่นๆ โดยที่พ่อแม่ก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น

ทำความเข้าใจลักษณะวัยรุ่น รับฟังเขา คุยกันด้วยเหตุผล จะทำให้พ่อแม่คุยกับลูกเข้าใจมากกว่า

จริงๆ วัยรุ่นเป็นวัยที่เข้าใจเหตุผลดีกว่าเด็กๆ แต่ความใจร้อน หุนหัน ทำให้เราคิดว่าเขาไม่มีเหตุผล ทั้งที่จริงๆ ที่เขาใจร้อนก็เป็นเพราะผู้ใหญ่เองด้วยที่ใจร้อน แสดงอารมณ์กับเขาตอนที่คุยกัน ทุกอย่างเหมือนกระจกที่สะท้อนไปมา

ในกรณีความเห็นห่วงเรื่องกิจวัตรประจำวัน การใช้ชีวิต เราอาจจะต้องตั้งสติว่าเรื่องแบบไหนที่สำคัญ ถึงกับต้องบังคับ บางเรื่องที่เราสามารถให้เขาเรียนรู้และรับผิดชอบเอง

ถ้าเป็นเรื่องอันตราย กระทบคนอื่น ต้องห้ามปราม เริ่มด้วยอธิบายให้เหตุผล แต่บางเรื่องที่กระทบตัวเขาเองบ้างเล็กๆน้อยๆ ถ้าเขาไม่ทำตาม ให้ลูกเรียนรู้เอง

เช่น แม่ห่วงลูกวัยรุ่นที่ลูกไม่กินผักผลไม้ เดี๋ยวจะท้องผูก ตรงนี้ก็คงต้องให้เราเรียนรู้ว่าถ้าท้องผูกจะเป็นอย่างไร หรือ ห่วงว่าถ้าลูกสระผมไม่สะอาด จะคันมีรังแค ก็คงต้องให้เรียนรู้ที่จะคันและมีรังแคไปบ้าง

หมอทราบดีว่าพ่อแม่ทุกคนรักและเป็นห่วงลูก ที่ทำไปก็เพราะรักและเป็นห่วง แต่ความรักก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ

วัยรุ่นเป็นวัยที่เป็นตัวของตัวเองสูง เราแนะนำเขาได้ จนในที่สุดเขาจะมีความคิดของเขาเอง

ในวันที่จะต้องเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เขาต้องมีทางเดินชีวิตของเรา ที่เราเดินไปเป็นเพื่อนได้ระยะหนึ่ง วันหนึ่งเขาต้องเดินคนเดียวอย่างมั่นคง

หมายเหตุ: เรื่องของเบลล่าเป็นเรื่องที่หมอดัดแปลงมาจากกรณีที่เกิดขึ้นจริง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับบุคคลที่สาม

Cr#หมอมินบานเย็น

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: