พ่อแม่ควรเข้าใจกรอบความคิดที่แตกต่างกัน อย่าด่วนตัดสินว่ากรอบความคิดของเราโอเคและดีกว่าของลูก

‘ไอริน’ เด็กหญิงวัยรุ่นอายุ 13 ปี พ่อแม่พามาหาหมอเพราะรู้สึกว่า ลูกไม่ค่อยมีเพื่อน และเป็นเด็กเงียบๆ ไม่ชอบคุยกับคนอื่น “ลูกชอบอยู่บ้าน ไม่ชอบออกไปเจอคนเยอะ บางทีไปเจอคนมากๆ เขาบอกว่าเหนื่อย เสียงดัง ชอบอ่านหนังสือ ทำอะไรเงียบๆ ที่บ้าน”

ด้วยความรักและเป็นห่วงที่พ่อแม่มีให้ลูก หลายครั้งที่พ่อแม่พาลูกมาหาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เมื่อพ่อแม่บอกปัญหาของลูกที่พ่อแม่เป็นกังวล บางครั้งหมอก็พบว่า ตรงนั้นมันไม่ได้เป็นปัญหา แต่มันเป็นความแตกต่างที่ลูกๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อแม่คิดว่ามันโอเคเท่านั้น

คุณแม่ของไอรินบอกว่า พยายามจะบอกให้ลูกออกไปเที่ยวกับเพื่อน และบางทีก็พาไปคุยกับญาติๆ คนอื่น แต่เด็กก็ไม่ค่อยชอบไป แม่พยายามบอกให้ลูกมีเพื่อนเยอะๆ หน่อย คุณแม่คิดว่าการมีเพื่อนมากๆ จะดีกับตัวลูกเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ส่วนตัวของคุณแม่นั้น เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีเพื่อนหลายคน ชอบการเข้าสังคมมาก แต่ลูกสาวจะมีบุคลิกแตกต่างสักหน่อยเมื่อคุยกับไอริน หมอพบว่าเธอเป็นเด็กที่มีบุคลิก Introvert คือชอบความสงบมากกว่าการไปเข้าสังคม สนุกกับการทำอะไรคนเดียว หรือกับคนที่คุ้นเคย เธอมีเพื่อนสนิทสองคน ที่คุยด้วยได้ทุกเรื่อง ก็รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขดี

พ่อแม่ส่วนใหญ่ ด้วยความรักและเป็นห่วงลูกอย่างมาก บางที่ก็มักจะมีกรอบความคิดของตัวเองว่า แบบนี้แหละคือความปกติ แบบนั้นต้องไม่ปกติ ลูกต้องเปลี่ยนต้องปรับให้เป็นอย่างที่แม่คิดว่ามันดี ไม่งั้นน่าจะไม่ดีกับลูกแน่ๆไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพ นิสัย ความคิด การใช้ชีวิต ฯลฯ บางทีลืมไปว่า ดีของพ่อแม่ กับ ดีของลูก บางทีก็ไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็มีธรรมชาติ ความชอบแตกต่างกันไป คงไม่ได้หมายความว่า การมีเพื่อนมากๆ การที่เป็นคนที่ชอบเข้าสังคมมากๆ มันคือความปกติ แล้วถ้าไม่ใช่คือผิด เขาแค่มีกรอบความคิดคนละกรอบกับพ่อแม่แค่นั้นแหละหมอบอกคุณแม่ไปว่า ลูกสาวคุณแม่นั้นปกติดี เขาก็มีความสุขอย่างที่เขาเป็น เขามีเพื่อน 2 คน แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดี ไว้วางใจ และใช้เวลาด้วยได้ เขาไม่ชอบอยู่บ้านเพราะเขาชอบความสงบ และเล่าให้ฟังถึงลักษณะของเด็ก Introvert

พ่อแม่ควรมีสติกับความรักและความเป็นห่วงที่มีให้ลูก เข้าใจกรอบความคิดที่แตกต่างกัน อย่าด่วนตัดสินว่ากรอบความคิดของเราโอเคและดีกว่าของลูก มองที่ความรู้สึกของลูกว่าเขามีความสุขดีกับสิ่งที่เขาเป็นหรือไม่ และลองถามและรับฟัง ว่าตัวลูกเองนั้นอยากปรับเปลี่ยนสิ่งที่เขาเป็นไหม ถ้าอยากปรับเปลี่ยน เราสามารถแนะนำ แต่อย่าคาดหวังหรือบังคับ ถ้าลูกรู้สึกว่าสิ่งที่ลูกเป็นอยู่ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปบังคับหรือคาดหวังให้เขาเป็นตามที่เราคิดว่าดี การไปเปลี่ยนหรือใส่กรอบความคิดของพ่อแม่ในตัวลูก ยิ่งเป็นการทำให้เขาอึดอัด กดดัน และบางทีทำให้ต่อต้านพ่อแม่มากขึ้นด้วย บางกรณีที่ปัญหาที่เกิด อาจเป็นเพราะพ่อแม่ไม่เข้าใจกรอบแนวคิด บุคลิกภาพของลูก และพยายามใส่กรอบความคิดที่พ่อแม่คิดว่าดีกว่า และน่าจะทำให้ลูกมีชีวิตที่ดีและมีความสุข แต่หมออยากให้ใจเย็นสักนิด เพราะบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าดีกว่า อาจจะไม่ได้เหมาะกับลูก และทำให้เขามีความสุขก็ได้ การคิดถึงใจเขาใจเรา เห็นอกเห็นใจลูก รับฟังความคิดความรู้สึกของเขาควบคู่กันไปกับการแนะนำ เป็นเรื่องที่ควรทำให้เกิดความสมดุล

หมายเหตุ: เรื่องของไอรินเป็นเรื่องที่หมอดัดแปลงมาจากกรณีที่เกิดขึ้นจริงๆ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับบุคคลที่สาม

Cr.#หมอมินบานเย็น #ข้อคิดจากห้องตรวจจิตเวชเด็ก

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: