เรียนออนไลน์ แม่ไม่ไหวในวันที่ลูกเรียนออนไลน์ กล้าที่จะบอกโรงเรียน

เรียนออนไลน์ #แม่ไม่ไหวในวันที่ลูกเรียนออนไลน์ #กล้าที่จะบอกโรงเรียน

เชื่อว่าตอนนี้พ่อแม่หลายๆคนกำลังประสบปัญหาเมื่อลูกต้องเรียนออนไลน์กันอยู่นะคะ ในฐานะที่เป็นทั้งครู เจ้าของ โรงเรียนและแม่ วันนี้ครูจึงรวบรวมตัวช่วยจากประสบการณ์การทำโรงเรียน การเป็นครูและการเป็นแม่มาให้พ่อแม่ทุกคน หวังว่าจะช่วยทุกคนที่กำลังเหนื่อยอยู่ตอนนี้ได้บ้างนะคะ

🙋‍♀️เปิดใจและยอมรับ

เปิดใจและยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกคนในโลกนี้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์นี้ด้วยกันทั้งหมด ต่างกันที่สถานะของแต่ละคน เช่น เจ้าของธุรกิจก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางและรับได้กับยอดขายที่อาจลดลง พนักงานอาจต้องทำงานหนักมากขึ้น หรือบางคนโดนปลดออกจากงาน นักเรียนเองก็เช่นกันวิธีการเรียนอาจต้องเปลี่ยนไป ไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อน อย่ามัวแต่พร่ำบ่น หงุดหงิด ต่อว่า สู้หาทางยอมรับ เปิดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจะช่วยให้ลดความเครียดอีกทั้งยังสามารถมีวิธีแก้ไขและจัดการกับเรื่องต่างๆได้ดีขึ้นค่ะ

🙋‍♀️คุยกับโรงเรียนถึงข้อจำกัดของครอบครัว

ครอบครัวแต่ละบ้านมีข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน บางบ้านพ่อแม่ต้องไปทำงานทั้งวันหรือบางบ้านแม่ต้องเลี้ยงน้องอีกคนไปด้วยอาจมาทำการบ้านส่งได้ตอนดึกหรืออาจไม่สามาถช่วยลูกเรียนในวันธรรมดาได้เลย การคุยกับโรงเรียนถึงข้อจำกัดไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่เป็นสิ่งที่โรงเรียนควรได้รับรู้และทำความเข้าใจ พ่อแม่มีสิทธิที่จะคุยกับทางโรงเรียนและให้ทางโรงเรียนทำความเข้าใจกับความจำเป็นที่เกิดขึ้นและช่วยพ่อแม่หาทางแก้ไขที่เหมาะสมไม่ต้องเขินอายเลยค่ะ เชื่อครู บอกได้ เป็นเรื่องที่ทางโรงเรียนต้องหาทางปรับให้เราค่ะ

🙋‍♀️สร้างบรรยากาศในการเรียนให้น่าเรียน

การจัดโต๊ะเรียนให้อยู่ในที่ๆเงียบพอจะให้ลูกมีสมาธิก็สำคัญ แต่การตกแต่งโต๊ะเรียนด้วยเครื่องเขียนที่ลูกชอบ หรือการวางรูปที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกก็อาจมีส่วนช่วยให้การเรียนออนไลน์ง่ายขึ้นได้นะคะ พ่อแม่อาจวางโคมไฟแสงวอร์มไวท์เพิ่มบนโต๊ะเพื่อสร้างบรรยากาศสบายๆ แสงอ่อนๆให้ดูน่าเรียนมากขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

🙋‍♀️ หาเวลาผ่อนคลาย

แน่นอนว่าการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆสำหรับเด็กวัยนี้ไม่ใช่เรื่องที่สมควรเท่าไหร่นัก พ่อแม่จึงควรหาทางให้ลูกได้ผ่อนคลายละสายตาจากจอแล้วหากิจกรรมอื่นๆที่ลูกชอบเพื่อผ่อนคลายบ้าง เช่นฟังเพลง เล่นดนตรี ออกไปเดินเล่นที่สนาม เล่นกีฬา เหล่านี้ถือเป็นการเติมพลัง รีชารจ์พลังใหม่ให้เด็กพร้อมที่จะกลับมาสู้หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

🙋‍♀️ประเมินวิธีการสอนของครูให้ทางโรงเรียนทราบ

เชื่อเถอะค่ะว่าครูทุกคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความตั้งใจอยากให้นักเรียนเข้าใจกับบทเรียนและมีความสุขกับการเรียนของครูทุกคน เพียงแต่การสอนของครูแต่ละคนไม่เหมือนกันและยิ่งกับสถานการณ์แบบนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ครูและทางโรงเรียนพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับปรุงวิธีการสอนอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุขและเข้าใจในเนื้อหาที่เรียน ดังนั้นการที่พ่อแม่แนะนำหรือประเมินวิธีการสอนถือเป็นทางที่จะช่วยครูและโรงเรียนให้ได้แก้ปัญหาให้ตรงจุด ดังนั้นพ่อแม่อย่าลังเลที่จะแนะนำทางโรงเรียนให้แก้ไขค่ะ โรงเรียนจะต้องขอบคุณเสียอีกค่ะที่ทำให้โรงเรียนได้มีการปรับปรุงและพัฒนา

🙋‍♀️ไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิดให้ลูกเห็น

การแสดงอารมณ์หงุดหงิด เบื่อหน่าย กับการที่ลูกต้องเรียนออนไลน์ถือเป็นการชักจูงความคิดและความรู้สึกให้ลูกคิดไปในทิศทางเดียวกันกับพ่อแม่ แม้ในเด็กบางคนอาจไม่ได้รู้สึกอคติกับการเรียนออนไลน์แต่เมื่อเห็นพ่อแม่หงุดหงิดหรือบ่น เป็นการปลูกฝังความคิดความรู้สึกทางด้านลบในการเรียนออนไลน์ให้กับลูก หรือแม้กระทั่งการแสดงสีหน้าเบื่อ หงุดหงิด ก็อาจทำให้ลูกรู้สึกได้ว่าเป็นภาระของพ่อแม่

🙋‍♀️มองหาข้อดีของการเรียนออนไลน์

ถึงแม้เราจะยอมรับว่าการเรียนออนไลน์ยังไงก็คงไม่ดีเท่าการเรียนสดแต่เอาล่ะ! อย่างน้อยมันต้องมีข้อดีอยู่บ้างเช่น การทำให้เราได้มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้น ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆวิธีการทางด้านIT มากขึ้น มีความเข้าใจและรู้ปัญหาในการเรียนของลูกเราได้มากขึ้น ดีไม่ดีเราอาจได้รู้ว่าจุดเด่น จุดด้อย หรือวิชาที่ลูกเราถนัดจริงๆแล้วคืออะไร เราอาจปลดล๊อคปัญหาของลูกบางอย่างที่ครูซึ่งไม่ใกล้ชิดกับลูกเท่าเราอาจจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ได้ ดีไม่ดีเราอาจได้ช่วยแนะนำให้ลูกเราไปต่อยอดบางเรื่องในอนาคตได้อีกด้วย เค้าว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอค่ะ 🙂

🙋‍♀️พูดและแสดงความชมเชย ชื่นชม ภูมิใจในลูก

เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กมีกำลังใจและมีความพยายามในการเรียนขึ้นมากค่ะ พ่อแม่ควรชมลูกว่าสามารถปรับตัวและทำได้ดี ถึงแม้บางครั้งอาจยังไม่ดีตามที่ใจพ่อแม่ต้องการแต่เชื่อครูเถอะค่ะ ลองมองหาสักนิดว่าลูกทำส่วนไหนได้ดีแล้วดึงจุดนั้นมาพูดชื่นชมลูกจะมีพลังในการทำให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีกเยอะเลยค่ะ

🙋‍♀️ลดความคาดหวังกับลูก

พ่อแม่ส่วนมากมักไม่เคยอยู่กับลูกในระยะเวลาเรียนทั้งวันจึงมักมีความคาดหวังว่าลูกว่าในการเรียนออนไลน์ผลการเรียนต้องออกมาดีพร้อมครบถ้วนลามไปจนถึงสร้างความคาดหวังมากจนเกินไปทำให้เกิดความกดดันทั้งพ่อ แม่ และลูกได้ค่ะ ดังนั้น ลดความคาดหวังลงนะคะ จะช่วยให้การเรียนสนุกขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

🙋‍♀️พ่อแม่ต้องไม่กดดันตัวเอง
พ่อแม่หลายคนไม่เคยสอนลูกเรียนหนังสือจริงจังทั้งวันแบบนี้มาก่อน เมื่อทำไม่ได้หรือรู้สึกมีอุปสรรค ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังจะเริ่มหงุดหงิดและโทษตัวเองว่าทำได้ไม่ดี เป็นพ่อแม่ที่ไม่ดี ไม่เก่ง และสร้างความเครียดให้กับตนเอง การคิดแบบนี้นอกจากจะบั่นทอนความรู้สึกตนเองยังทำให้ขีดความสามารถในการสอนลูกของเราลดลงอีกด้วย พ่อแม่ควรทำความเข้าใจว่าพ่อแม่เองก็อยู่ในช่วงปรับตัวเช่นกันและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกันกับลูก

เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ยินดีรับฟังคำบ่นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์นะคะ 🙂

Cr#เลี้ยงลูกด้วยเสียงเพลงโดย ดร.ฟ้าใส

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: