รับมือลูกชอบต่อรอง

รับมือลูกชอบต่อรอง

ตอนยังไม่มีลูกหมอเคยได้ยินว่า “อย่าปล่อยให้เด็กๆ ต่อรอง” เพราะเมื่อไหร่ที่ปล่อยให้ลูกต่อรอง ลูกก็จะต่อรองมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่พอมามีลูกเอง หมอกลับมองการต่อรองของลูกด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป…

“หม่ามี้ๆคะ หนังสือมันสนุกมากเลย ขออ่านอีกเล่มหนึ่งแล้วค่อยไปแปรงฟันได้มั้ยคะ”

หมอมองเห็น เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่รู้จักความต้องการของตัวเอง กล้าแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

เด็กผู้หญิงที่รู้จักปฏิเสธ ไม่บอกให้ซ้ายก็ซ้าย บอกให้ขวาก็ขวา เพราะชีวิตข้างหน้า หมอก็ไม่ได้อยากให้ใครพูดอะไร ลูกก็ง่ายไปซะหมด

หมอเห็นความฉลาด ในการพยายามชักแม่น้ำทั้ง 5 เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ
ซึ่งหลายครั้งมันทำให้เรายิ้มกว้าง ว่าคิดได้ยังไงในวัยแค่นี้
……………………………

หมอไม่มีหลักในการเลี้ยงลูก ว่าเด็กต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่เสมอ แต่มีหลักในการเลี้ยงลูกว่าเราคือคนที่ควร “รับฟังกันเสมอ”

หมอจึงไม่ค่อยเป็นปัญหาเวลาที่ลูกชอบต่อรอง เพราะรู้ว่า การที่ลูกจะเสียนิสัย ไม่ได้อยู่ที่การได้ต่อรองของลูก

แต่อยู่ที่การ”ให้หรือไม่ให้” และการ “กลับไปกลับมา” ของพ่อแม่

ในทางปฏิบัติ หมอจึงมีแนวทางที่ใช้แล้วได้ผลดี ประมาณนี้นะคะ

  1. เรื่องที่ “ซีเรียส” ยังไงก็ต่อรองไม่ได้ ก็แค่ใช้ “kind but firm”

“เป็นกฏจ้ะที่เราทุกคนต้องคาดเข็มขัด ถ้าหนูไม่นั่งคาร์ซีท เราก็จะไม่ออกรถไปไหนทั้งนั้น”
ถึงลูกจะต่อรอง ก็แค่ยืนยัน “เรื่องความปลอดภัย เป็นเรื่องสำคัญ แม่บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ หรือลูกจะรออยู่ที่บ้านก็ได้นะ”

ถ้าเรามั่นคงไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ลูกจะเรียนรู้ไปเองว่า ถ้าแม่บอกว่า “ไม่ได้” ต่อรองไปก็เท่านั้น

  1. ถ้าเป็นเรื่อง “ไม่ซีเรียส” พอต่อรองกันได้ พยายามอย่าสั่งให้ลูกต้องต่อรอง ลองใช้วิธีถามความเห็น บอกล่วงหน้า หรือให้ทางเลือก

“ใกล้เวลาต้องอาบน้ำแล้วจ้ะ หนูจะอาบน้ำตอนไหนจ๊ะ”
“หนูจะอ่านหนังสืออีก 1 หรือ 2 เล่มดี
เราจะได้ไปแปรงฟันกัน”

  1. ถ้าเป็นเรื่องที่ต่อรองได้ อนุญาตให้ลูกมีโอกาสต่อรองแล้ว “ได้”
    การเรียนรู้ว่าตัวเองมีอำนาจที่จะต่อรองอะไร เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญในชีวิต
    “หม่ามี้คะ หนังสือสนุกมากกเลย หนูขออ่านอีกเล่มนึงแล้วค่อยไปแปรงฟันได้มั้ยคะ”
    “ได้เลยจ้ะ แล้วรีบไปแปรงฟันกันนะ”
  2. ถ้าเป็นเรื่องที่ต่อรองได้ แต่เราก็มีข้อจำกัดที่จะให้ เราอาจให้ลูกช่วยกันคิดเพื่อให้เกิด win/win situation หรือข้อตกลงที่โอเคทั้งสองฝ่าย

“แม่รู้ว่าหนูอยากเล่นทรายต่อ แต่เราก็ต้องไปรับพ่อกันแล้ว งั้นช่วยคิดซิ ว่าทำยังไงให้หนูก็ได้เล่นต่อแล้วเราก็ไปรับพ่อทัน”

“งั้นลูกเล่นอีก 3 นาทีนะหม่ามี้ แล้วจะรีบเก็บของเล่นเลย เราจะได้ไปรับพ่อกัน”

“เอาตามนี้จ้ะ งั้นเล่นอีก 3 นาทีนะ เดี๋ยวแม่เตือน”
……………………………

หมอพบว่า…
เมื่อเราเปิดใจไม่มองการต่อรองเป็นเรื่องเลวร้าย เราก็รับฟังกันได้มากขึ้น

เมื่อลูกเรียนรู้ว่าเราก็รับฟังความต้องการของลูก “ความต้องการของเรา” ก็ถูกลูกเข้าใจมากขึ้นเสมอ

ลูกเรียนรู้ได้ ว่าเมื่อไหร่ที่แม่บอกว่าไม่ ต่อรองไปก็เท่านั้น เพราะถ้าให้ได้ แม่จะรับฟังแล้วให้ในสิ่งที่ “เรา” ต่างพอใจและมีความสุข

รักลูก… มองการต่อรองของลูกเป็นโอกาสนะคะ โอกาสที่เค้าจะรับรู้ว่ามีคนที่รับฟัง แต่วินัยก็เป็นอะไรที่สำคัญ

ลูกมีหน้าที่ต่อรอง
พ่อแม่ก็แค่มีหน้าที่ “ให้หรือไม่” ด้วยการใช้วิธีดีๆ 😁

Cr.หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: