โรคดื้อต่อต้าน (Oppositional Defiant Disorder : ODD)

โรคดื้อต่อต้าน (Oppositional Defiant Disorder : ODD) 😕 คือ โรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง แสดงอาการให้เห็นชัดเมื่อเด็กอายุได้ 6 – 8 ปี ซึ่งอาการจะมีรูปแบบพฤติกรรมต่อเนื่องของการไม่เชื่อฟังที่แสดงออกด้วย อาการโกรธ โมโหร้าย ชอบเถียง อารมณ์รุนแรง และหงุดหงิดง่ายในระดับที่เกินกว่าเด็กทั่วไป นอกจากนี้ยังทำตัวเป็นปรปักษ์กับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าอาการดื้อจะเป็นธรรมชาติของเด็กและเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตตามวัย แต่ถ้าเด็กมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ในระดับที่มากเกินเด็กปกติทั่วไปในวัยเดียวกัน ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลต่อการเรียนของลูกและส่งผลถึงอนาคตของลูกได้

เด็กที่มีภาวะดื้อต่อต้าน จะมีอาการเป็นสัญญาณเตือนที่ค่อยๆ เกิดขึ้นและอาจแสดงออกรุนแรงมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
หากไม่แน่ใจว่าลูกเข้าข่ายเสี่ยงเป็น ODD หรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตพฤติกรรมอาการหลักๆ ของลูกดังนี้..

อาการที่เข้าข่ายเป็นโรคดื้อ ต่อต้าน

1.มีอารมณ์ฉุนเฉียวตลอดเวลา พร้อมที่จะระเบิดออกมาทุกเมื่อ

2.ไม่เชื่อฟัง ชอบเถียงหรือชวนทะเลาะอยู่เป็นประจำ ไม่เข้าใจเหตุผลไม่ยอมรับข้อตกลงอะไรทแงสิ้น

3.ไม่ยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำผิดและมักโยนความผิดให้คนอื่นด้วยเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง

4.มีความคิดเป็นลบ มักมีเจตนาร้ายกับคนอื่น ทำให้มีปัญหาการเข้าสังคมได้ยาก

5.ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งและกฎเกณฑ์

6.โทษคนอื่นเมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือเป็นต้นเหตุของพฤติกรรมไม่ดีของตน

หากเด็กมีพฤติกรรมเหล่านี้มานานกว่า 6 เดือนอาจเข้าข่ายเป็นโรคดื้อต่อต้านที่ต้องรับการแก้ไขโดยด่วน เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเด็ก และคนรอบข้างในอนาคตน้อยที่สุด

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคดื้อต่อต้าน ยังไม่สรุปได้แน่ชัดแต่นักวิจัยได้แบ่งปัจจัยที่เกี่ยงข้องออกเป็นดังนี้..

  1. ปัจจัยจากตัวเด็ก คือ การมีพื้นอารมณ์เป็นเด็กที่เลี้ยงยาก สมองส่วนหน้าที่มีหน้าที่ควบคุมอารมณ์และการยับยั้งพฤติกรรมของตนเอง รวมทั้งระบบสารสื่อประสาทและฮอร์โมนมีความผิดปกติ รวมไปถึงความผิดปกติในระหว่างเป็นทารกในครรภ์มารดา และภาวะทุโภชนาการและการได้รับสารพิษบางอย่างก็ส่งผลให้เกิดโรคนี้ได
  2. ปัจจัยจากพ่อแม่และครอบครัว อาจเกิดจากการที่พ่อแม่ไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสมในวัยเด็ก จึงทำให้ขาดทักษะในการเลี้ยงดูลูกที่ถูกต้อง นอกจากนี้ความเครียดจากการเลี้ยงดูลูก การทำงานและความสัมพันธ์ในครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกเกิดโรคนี้ได้ อีกทั้งหากสมาชิกในครอบครัวที่ป่วยด้วยโรคทางจิต ไม่ว่าจะเป็น โรคความผิดปกติทางอารมณ์ โรควิตกกังวล และความผิดปกติทางบุคลิกภาพ เด็กจะเกิดโอกาสเป็นโรคดื้อต่อต้านได้สูง
  3. ปัจจัยจากการเลี้ยงดูและการฝึกวินัย เด็กที่มีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้านแล้วก้าวร้าวมักได้รับการเลี้ยงดูในลักษณะที่ทำให้เด็กขาดความผูกพันทางอารมณ์ที่มั่นคงต่อพ่อแม่ คือ เลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลยหรือใช้ความรุนแรงกับเด็ก ตามใจลูกมากเกินไป หรือการเลี้ยงดูแบบไม่สม่ำเสมอคือบางครั้งก้เข้มงวด บางครั้งก็ตามใจ

📍แนวทางการแก้ไขพฤติกรรมโรคดื้อต่อต้าน

สิ่งที่สำคัญของโรคนี้คือการใส่ใจ และการเลี้ยงดูของคนในครอบครัว การแก้ไขโรคนี้จึงต้องเริ่มจากครอบครัวเป็นหลัก โดยควรปฏิบัติดังนี้

  1. สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เริ่มตั้งแต่ผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจในตัวลูก รวมถึงต้องทำความเข้าใจโรคที่ ลูกเป็น โดยต้องใช้เวลาและความรักแก่ลูก อาจร่วมกันทำกิจกรรมบางอย่างเพื่อใช้เวลาร่วมกันภายในครอบครัว
  2. การปรับพฤติกรรม พ่อแม่ควรปรับพฤติกรรมให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจ และความรุนแรงกับลูก เสริมแรงทางบวก หากลูกมีพฤติกรรมที่ดีควรเอ่ยชื่นชม
  3. การเลี้ยงดูและฝึกวินัย โดยเฉพาะเรื่องการกินและการนอนให้เป็นเวลา รวมถึงกำหนดกฎระเบียบต่าง ๆ ในครอบครัวอย่างสมเหตุสมผล มอบหน้าที่ให้ลูกรับผิดชอบ เช่น การทำงานบ้าน เป็นต้น

หากมีการแก้ไขและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันภายในครอบครัวแล้ว แต่เด็กยังไม่ดีขึ้นควรเข้าพบจิตแพทย์เพื่อวางแนวทางแก้ไขให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น และหายจากโรคดื้อต่อต้าน
Cr. http://www.neurobalanceasia.com

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

<span>%d</span> bloggers like this: