อย่าโทษตัวเองว่าเราเป็นผู้ปกครองที่ไม่ดี ไม่ได้เรื่อง

คุณแม่ของ ‘คอนเน่’ เด็กชายอายุ 7 ขวบ มาปรึกษาหมอ เพราะรู้สึกเครียดมากกับการเลี้ยงลูก”รู้สึกแย่ รู้สึกผิด พังไปหมด …โทษตัวเองว่าเราเป็นแม่ที่ไม่ดี เราเลี้ยงลูกไม่ได้เรื่อง … ทั้งที่เราอยากเป็นแม่ที่ดี พยายามเต็มที่ เลี้ยงเขาให้ดีที่สุด … แต่มันยากมาก ไม่ไหวแล้วค่ะหมอ”คุณแม่เล่าให้ฟังว่า เธอกับสามีมีลูกชายคนเดียว คุณพ่อของคอนเน่ทำงานต่างจังหวัด กลับบ้านเดือนละครั้งหรือสองครั้ง คุณแม่จึงเป็นคนดูแลลูกชายเป็นหลัก และต้องทำงานประจำด้วย.คอนเน่เป็นเด็กที่ร่าเริงสดใส อารมณ์ดี แต่ก็เป็นตัวของตัวเอง เอาแต่ใจ ไม่ค่อยเชื่อฟัง ติดเล่นสนุก ไม่ค่อยมีระเบียบ ขี้ลืม ยิ่งไปบังคับหรือโมโห คอนเน่จะยิ่งต่อต้าน แต่ถ้าอารมณ์ดีๆ ก็จะคุยง่าย และทำตามมากกว่าแต่ช่วงที่ผ่านมามีโควิดระบาด ลูกต้องหยุดมาเรียนออนไลน์ คุณแม่ก็ต้องทำงานที่บ้าน แต่ก็ต้องคุมลูกเรียนออนไลน์ด้วย ปัญหาระหว่างคุณแม่กับลูกเกิดขึ้น คอนเน่ไม่ค่อยตั้งใจเรียน ติดเล่น และไม่ทำงานที่ครูให้ทางออนไลน์ บางทีก็บอกว่าลืม คุณแม่รู้สึกเหนื่อยและเครียดเพิ่มขึ้น ทำให้อารมณ์เสียใส่คอนเน่ ทะเลาะกันบ่อยมากขึ้น เหตุการณ์รุนแรงล่าสุดได้เกิดขึ้น เมื่อเธอโมโหที่คอนเน่ไม่ได้บอกเธอว่ามีการบ้านและเป็นงานที่ต้องใช้เวลานาน แต่ลูกมาบอกตอนที่อีกวันจะต้องส่งแล้ว คุณแม่โมโหมาก ตะโกนเสียงดัง ใช้คำพูดว่าคอนเน่รุนแรง และยิ่งกว่านั้นเธอเอาของเล่นที่ลูกชอบที่สุดไปทิ้งขยะ เพื่อทำโทษตื่นเช้าขึ้นมา คุณแม่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่คิด ลงโทษลูกรุนแรงเกิน คอนเน่ก็ร้องไห้โวยวาย โชคดีคนเก็บขยะยังไม่เก็บของเล่นที่ทิ้งไป คุณแม่จึงเอาของเล่นมาคืนคอนเน่ได้อย่างไรก็ตามคุณแม่เสียใจมาก รู้สึกว่าเธอขาดสติ คุณแม่รู้สึกผิด โทษตัวเอง คุณแม่จึงตัดสินใจมาปรึกษาจิตแพทย์.รับรู้ได้ถึงความเครียดของคุณแม่ หมอคิดว่าถ้าหากคุณแม่มีคุณพ่อช่วยแบ่งเบาเรื่องการเลี้ยงลูก คุณแม่ก็อาจจะไม่ได้เครียดขนาดนี้ก็ได้ แต่บางครั้งสิ่งที่เราอยากให้เป็นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ต้องการเสมอไป นอกจากคุณแม่ท่านนี้ มีคุณแม่หลายๆ คนที่มีความเครียดจากการเลี้ยงลูก การเลี้ยงลูกนั้น ปฎิเสธไม่ได้ว่าคนที่รับบทหนักในการเลี้ยงเป็นหลักจะเป็นคุณแม่ คุณแม่หลายคนที่มีภาระอื่นๆ ทีรับผิดชอบ เช่น ทำงานประจำ งานบ้าน หรือความเครียดในชีวิต ฯลฯยิ่งพ่อแม่ในยุคนี้ที่มีความท้าทายใหม่ๆ เช่น โควิดระบาด การเรียนออนไลน์ หรือเด็กยุคนี้ที่ติดหน้าจอกันมากขึ้น ทำให้การเลี้ยงลูกยากขึ้น.ด้วยความรักที่พ่อแม่มีให้ลูก หลายครั้งที่พบว่าพ่อแม่ก็ละเลยที่จะดูแลตัวเอง สนใจแต่จะดูแลลูก ว่าจะกินอิ่ม นอนหลับไหม แต่เพิกเฉยต่อความต้องการทางกายและใจของตัวพ่อแม่เองจริงๆ แล้วพ่อแม่ต้องเข้าใจว่า หลักสำคัญข้อแรกในการดูแลลูกให้ดี คือ ต้องดูแลตัวของพ่อแม่ให้พร้อมก่อนเปรียบก็เหมือนการช่วยคนจมน้ำ คนที่ลงไปช่วยต้องว่ายน้ำเป็นด้วย รู้หลักการช่วยเหลือที่ถูก มิฉะนั้นก็อาจจะจมน้ำลงไปด้วยกัน ฉันใดก็ฉันนั้นอย่าลืมว่าพ่อแม่จะต้องเป็นหลักให้ลูก ถ้าพ่อแม่ไม่ไหวไม่โอเค ลูกก็คงจะซัดเซรวนเรไปด้วย โดยที่พ่อแม่ก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น.ในกรณีของคุณแม่คอนเน่ คุณแม่มีบุคลิกภาพเดิมคือ กังวลง่าย จริงจังและตั้งใจเวลาทำอะไร ที่ผ่านมาแม้คุณแม่เองก็เหนื่อยพอสมควรกับการดูแลลูกคนเดียวและทำงานไปด้วย ก็ยังพอจัดการได้ แต่ปีที่ผ่านเกือบทั้งปี สถานการณ์โควิดทำให้อะไรๆ ที่เคยจัดการได้มาตลอดเปลี่ยนไป มีความเครียดเพิ่มขึ้นมาก และก็พักผ่อนไม่เพียงพอต่อเนื่อง บางทียุ่งกับการทำงานและลูก ไม่ค่อยดูแลตัวเอง มีอาการของภาวะซึมเศร้าจากการปรับตัวต่อความเครียดที่เกิด ส่งผลกระทบต่อความคิด การตัดสินใจ การจัดการในการเลี้ยงลูกหมอได้บอกคุณแม่ถึงความสำคัญของการดูแลร่างกาย จิตใจตัวเอง และเข้าใจกับสถานการณ์ที่อะไรๆ อาจจะยากลำบาก จัดการได้ยากกว่าเดิม ปรับความคาดหวัง และหาตัวช่วยมากขึ้น ในช่วงแรกหมอให้คุณแม่ทานยารักษาภาวะซึมเศร้าและคลายเครียด คุณแม่นอนหลับมากขึ้น ทานอาหารเป็นเวลา และชวนลูกไปทำกิจกรรม เดินเล่นรอบสวนในหมู่บ้าน ทำให้ได้ผ่อนคลายออกกำลังกายด้วย ความสัมพันธ์กับลูกก็ดีขึ้น ส่วนเรื่องเรียนออนไลน์ คุณแม่คุยกับคุณแม่ของเพื่อนลูกและคุณครูให้แจ้งเรื่องของการบ้านและงานที่จะต้องทำส่ง จะได้เป็นการเช็คการบ้านลูก ให้ไม่เกิดกรณีแบบที่ผ่านมาอีก นอกจากนั้นก็บอกให้คุณแม่มีเวลาส่วนตัวบ้าง ให้คอนเน่ไปอยู่บ้านตายายบ้าง และคุณแม่ไปพักผ่อน กินข้าวกับเพื่อน ชอปปิ้งบ้าง หลังจากที่คุณแม่ปล่อยวางและจัดการกับความเครียดได้ ผ่อนคลายมากขึ้น การเลี้ยงลูกก็เกิดปัญหาระหว่างกันน้อยลงด้วย คุณแม่ไม่ค่อยโมโหง่ายเวลาลูกทำผิด มีสติและใจเย็น ในจัดการลูกได้มากขึ้น.ไม่มีพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกเพอร์เฟ็คไปหมด แต่ขั้นแรกของการเป็นพ่อแม่ที่ดีคือ ดูแลร่างกายและจิตใจของเราให้โอเคก่อนจะไปดูแลลูก -พักผ่อนให้เพียงพอ -ทานอาหารที่มีประโยชน์ -ออกกำลังกายบ้าง-ทำงานอดิเรกที่สบายใจ -มีเวลาส่วนตัวบ้าง -ให้อภัยตัวเองในเวลาที่ทำผิดพลาด -ชื่นชมตัวเองกับสิ่งที่ทำไปดีที่สุดแล้วหวังว่าเรื่องของคอนเน่กับคุณแม่ จะเป็นประโยชน์กับพ่อแม่ ผู้ปกครองคนคนอื่นๆ ที่ได้อ่านบทความนี้.หมายเหตุ: เรื่องของคุณแม่และคอนแน่เป็นเรื่องที่ดัดแปลงจากกรณีที่เกิดขึ้นจริง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อบุคคลที่สามค่ะ

Cr.#หมอมินบานเย็น#ข้อคิดจากห้องตรวจจิตเวชเด็ก

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

<span>%d</span> bloggers like this: