พ่อโหดทำร้ายลูกทำการบ้านไม่ได้ดั่งใจ

พ่อแม่ต้องแค่ไหนกับการบ้านของลูก

“พิการ อ่อนแอ” – คำพูดจากปากของชายชุดแดงที่นั่งอยู่ข้างเด็กที่กำลังร้องไห้และหวาดกลัวอยู่ เพราะถูกทำร้าย เด็กทั้งสองคนกลัวมาก แต่ก็ทำได้เพียงแค่ร้องว่า “ไม่ อย่าเข้ามา ไปไกล ๆ” … สลับกับเสียงไล่ของชายชุดแดงให้ออกไป และพยายามจะเอาม้าโยกเล็ก ๆ ขว้างใส่ในเชิงขู่ (ไม่ได้ขว้างใส่เด็กตรงๆ จากคลิป) … ในคลิปคุณแม่พูดว่า “วันหลังไม่ต้องให้การบ้านนะคะ เนี่ย ให้การบ้านน้อง โดนกระชากผม เนี่ย น้อยก็ต้องโดนอย่างนี้ด้วย” … ตัดภาพที่โพสต์ลงโซเชียลคือ แม่หัวแตก เด็ก ผญ ตาปูดจากการโดนทำร้าย (ไม่แน่ใจว่าเกิดในเหตุเดียวกันหรือไม่ หรือต่างกรรมต่างวาระ)

เมื่อเกิดการดำเนินคดีขึ้น เจ้าตัวกล่าวว่า “สาเหตุที่ทำร้ายลูกเพราะสอนการบ้านแล้วลูกไม่ตั้งใจ ด้วยความโมโหเพราะอยากให้ลูกเรียนเก่ง จนเกิดเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวขึ้น ซึ่งแม่ของลูกได้นำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิป ตนก็ไม่คิดว่าจะส่งไปในกลุ่มไลน์ของผู้ปกครองจนทำให้เป็นเรื่องราวบานปลายใหญ่โต”

คุณแม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า #ลูกทำการบ้านผิด เขาจะใช้วิธีด่าทอรุนแรง ไล่ให้ลูกไปฆ่าตัวตาย ขู่ว่าจะให้ออกจากโรงเรียน และพุ่งเข้ามาทำร้าย … และเริ่มทำลายข้าวของในบ้าน …

นี่คือลูกทำการบ้านผิด … !!!

และไม่ตั้งใจทำการบ้าน
อห. … นี่คือเด็กอายุ 2 ขวบและ 9 ขวบ นะครับ

เอาล่ะ … ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่และพ่อหมอจะขึ้นไปมากกว่านี้ ซึ่งก็ขึ้นไปแล้ว 555 เดี๋ยวขอตัวเดินลงบันไดมาชั้นล่างก่อนที่จะเขียนโพสต์ต่อ 555 ไม่งั้นเดี๋ยวจะต้องเขียนโพสต์ด้วยการเซ็นเซอร์เป็นระยะ จะอ่านกันไม่รู้เรื่องไปมากกว่านี้ เพราะปกติก็เขียนยาวและน้ำเย๊อะเยอะอยู่แล้ว 555

Anyway, แล้วพ่อแม่ต้องแค่ไหนกับการบ้านของลูก ? … ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเป็นวัยประถม ฯ ถ้าเราเช็คการบ้านของลูก เราก็พอรู้แหละครับว่า ลูกทำถูกหรือผิด เขียนสวยหรือหวัดเป็นลายมือหมอแค่ไหน 555 … และคำถามที่พ่อแม่มักจะถามก็คือ “พ่อแม่อย่างเราต้องเข้าไปจัดการกับการบ้านลูกแค่ไหน” … ต้องนั่งทำการบ้านไปกับลูกทีละข้อหรือเปล่า เห็นผิดจะได้สอนเลยแก้เลย หรือทำให้จบแล้วค่อยเอามาตรวจ ข้อไหนผิดค่อยมานั่งสอน หรือไม่ต้องทำอะไรเลย #กมฺมุนา_วตฺตติโลโก สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม

และแน่นอนบทความนี้ไม่มีผิดไม่มีถูก … ให้คุณพ่อคุณแม่ลองหาจุดตรงกลางที่เหมาะสมกับลูกตัวเองให้ได้นะครับ

ย้อนกลับมาที่คำว่า #การบ้าน มันคือ งานมอบหมาย หมายถึงงานที่ครูหรืออาจารย์มอบหมายให้นักเรียนทำให้สำเร็จนอกห้องเรียน อาจเป็น Assignment หนังสือนอกเวลา สรุปข่าว หรืออาจเป็นโปรเจคที่เด็ก ๆ ทำเดี่ยวหรือร่วมกันก็ได้ … แต่โดยทั่วไปของระบบการเรียนแบบไทย ๆ ก็คือ #แบบฝึกหัดที่ทบทวนสิ่งที่เรียนให้ห้องเรียน … เรียกว่าเป็นการทำซ้ำให้เกิดความชำนาญ และความเข้าใจจากสิ่งที่ครูสอนในห้องเรียน … ชื่อของมันก็บอกแล้วว่า งานที่ครูมอบหมายให้นักเรียนทำ … หมายความว่า

การบ้าน = #ความรับผิดชอบของลูก ไม่ใช่ของพ่อแม่
และกระบวนการเรียนรู้มันเกิดจากการที่ลูกลงมือทำเอง

เอาจริง ๆ หน้าที่ของพ่อแม่ คือ #Make_it_Happened คือให้ลูกสามารถทำการบ้านได้ตลอดรอดฝั่ง โดยที่ไม่ไปวิจารณ์ จับผิด หรือจับจดกับ ‘ความถูกต้อง’ ของการทำการบ้านของลูก เพราะหากเขาได้ครูที่ดี ครูจะเป็นคนฟีดแบค ‘วิธี’ คิดที่ทำให้ผลลัพธ์มันผิด รวมถึงเพื่อนที่ร่วมห้องเรียนที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ขับเคลื่อนให้วิธีคิดมันถูกต้อง เพราะถ้าลูกเรารักเรียน เวลาทำผิดมันก็จะหงุดหงิด ไม่ถามครูก็ต้องถามเพื่อนนี่แหละว่าที่ถูกมันต้องเป็นอย่างไร … และกระบวนการเรียนรู้มันอยู่ตรงนั้นแหละ … ตอนเรียนมัธยมฯ เวลาเพื่อนมาขอลอกการบ้าน … ก็ให้ลอกนะ และพอเพื่อนถามว่าทำไมคิดอย่างนี้อย่างนั้น เราก็อธิบายไป … กระบวนการลอกการบ้านที่ดีก็เป็นกระบวนการการเรียนรู้ที่ดีเหมือนกันนะครับ … 555

อย่างที่บอก เราต้องยึดม๊อตโต้ของ เมลบิลีน นิวหยวก (อ่านให้มีแอคเซ่น) ว่า Make it Happened 555 … คือ ให้ลูกสามารถทำการบ้านให้ตลอดรอดฝั่งโดยเฉพาะเด็กประถมต้น … ที่การบ้านย่อมไม่เย้ายวนเท่าการเล่น เด็กวัยนี้ EF ยังมาไม่เต็ม คุมตัวเองให้ทำการบ้านอาจจะยังไม่ดีนัก … ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องเป็น “เบรก” และ “สมองส่วน EF” ให้ลูกด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น

ตั้งข้อตกลงของบ้านให้ชัดว่า “ทำการบ้านก่อนแล้วค่อยเล่น” #ตารางเวลา คือเรื่องสำคัญ … จัดมุมทำการบ้านที่สงบเงียบ เพื่อตัดสิ่งเย้ายวนและทำให้วอกแวก และที่สำคัญคือ #สมุดจดการบ้าน โดยเฉพาะเด็กที่วอกแวกง่าย และการบ้านเยอะ เราอาจต้องช่วยลูกจัดการชีวิตไปพร้อมกัน (ลูกทำ โดยมีเราแนะแนว) …

การฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบกับชีวิตตัวเองสำคัญที่สุด สำคัญกว่าผลลัพธ์ของการทำการบ้าน … และที่สำคัญกว่านั้น คือ #การสร้างนักใฝ่รู้ … ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ … ทำผิดแล้วอยากรู้ว่าที่ถูกคืออะไร … นี่สิคือเป้าหมายของการไปโรงเรียน … และสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นจากการด่าว่า “อ่อนแอ” “ปัญญาอ่อน” การดุด่า การทำร้ายร่างกาย การตีตราว่าทำไมโง่อย่างนี้ หรือการขู่ให้ออกจากโรงเรียน … ตรงกันข้ามครับ เด็กจะยิ่งเกลียดการเรียน เพราะการเรียนนำมาซึ่งความเจ็บช้ำทั้งกายและใจ …

อ้าวแล้วเราไม่ต้องสอนการบ้านลูกเลยเหรอพ่อหมอ … อย่างที่บอกครับ ให้ดูจุดที่เหมาะสมกับที่ลูกแต่ละคน … ถ้าเริ่มทำการบ้านไป 10 นาทีแล้ว ยังก่งก๊งไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ทำอย่างไร ทำไม่ได้แน่ ๆ ไปต่อไม่ได้ … แบบนี้คิดไปที่โรงเรียนก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเรียนรู้ของลูก และการบ้านนี้มันคืออะไร สอดคล้องกับบทเรียนหรือไม่ ถ้าเกิดบ่อยควรไปคุยกับคุณครูว่าที่โรงเรียน ลูกของเรามีปัญหาการเรียนในรายวิชานั้นหรือเปล่าด้วยนะครับ … ในขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือลูกให้เริ่มทำการบ้านได้ เช่น ทำให้ดูเป็นตัวอย่างสักข้อพร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนสิ่งที่ลูกรู้ แล้วค่อยให้ลูกลงมือทำต่อเองต่อ … หรือลองชี้โจทย์ที่มันน่าจะคล้าย ๆ กันให้ลูกลองสังเกตและไปต่อด้วยตัวเอง … ฯลฯ ก็ได้นะครับ

ถ้ามนุษย์ต้องถูกตี ถูกทำร้าย เพื่อให้เป็นคนที่ดี ทำตามสั่ง ตีเพื่อให้เก่งขึ้น เรียนรู้ดีขึ้น และได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อแม่ มนุษย์เราก็อาจจะไม่ต่างอะไรกับช้าง ม้า วัว ควาย ที่เป็นสัตว์เดียรัจฉานหรอกครับ #ฝากไว้ให้คิด

Cr หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: