การที่ลูกเถียงแปลว่า เราพ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริงอย่างนั้นหรือ?

การที่ลูกเถียงแปลว่า เราพ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริงอย่างนั้นหรือ?

การที่ลูกเถียงนั่นเป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เริ่มกล้าที่จะยืนยันความคิดของตัวเอง แต่ด้วยวุฒิภาวะแล้ว เขายังไม่รู้ว่าความคิดของเขาถูกหรือผิด

วาจาสิทธิ์ สายสัมพันธ์ หรือพ่อแม่ที่มีอยู่จริง น่าจะหมายถึงเวลา ที่เราไม่เข้าใจกัน หรือเวลาที่เราต่างคนต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน อาจจะมีการเถียงกันบ้าง แต่เมื่ออารมณ์สงบลงแล้ว ต่างคนต่างก็จะมีสติและด้วยสายสัมพันธ์และการมีอยู่จริงของพ่อแม่ จะทำให้ลูกเข้าใจได้ว่า ที่พ่อแม่ว่ากล่าวตักเตือนก็เป็นเพราะว่าพ่อแม่รักและเป็นห่วง และการที่พ่อแม่โมโหพูดอะไรแรงไปบ้างนั่นก็เป็นเพราะว่าตัวเราเองก็พูดไม่ดีกับท่านก่อน การว่ากล่าวตักเตือนและทำให้ลูกคิดได้นั่นแลคือวาจาสิทธิ์ เด็กที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ เมื่อคิดได้ จะไม่แปลเจตนาของพ่อแม่ไปทางไม่ดี

วาจาสิทธิ์หรือสายสัมพันธ์ หรือพ่อแม่ที่มีอยู่จริง นี้จะเป็นตัวดึงรั้งไว้ ไม่ให้ลูกเตลิดเปิดเปิงไปไกลแม้เราแม่ลูกจะทะเลาะกันด้วยความไม่เข้าใจ เห็นต่างกันบางเรื่อง แต่สายสัมพันธ์จะดึงเราไว้ให้เข้าใจกัน

แต่ถ้าพ่อแม่ไมมีวาจาสิทธ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริง เวลาทะเลาะกันหรือไม่เข้าใจกัน ลูกจะแปลเจตนาของพ่อแม่ไปทางร้ายทันที และเตลิดไปใหญ่เพราะไม่มีสายสัมพันธ์

เราเลี้ยงลูกเพื่อให้ลูกมีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ได้เลี้ยงให้เขาเชื่อทุกอย่างที่เราพูด ไม่ได้เลี้ยงให้อยู่ในกรอบ ไม่ได้เลี้ยงให้ลูกว่านอนสอนง่าย แต่ เลี้ยงให้เขาหัดคิดเอง ให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ๋ พูดแสดงความคิดเห็นของตนเองได้ แต่เวลาที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันผู้ใหญ่อาจจะมองว่าเด็กเถียง

บางบ้านลูกไม่เถียงเลย เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พ่อแม่ก็เข้าใจว่าตนเองเป็นพ่อแม่ที่มีอยู่จริง สายสัมพันธ์ดี แต่ที่จริงแล้วพ่อแม่เข้มงวดจนลูกไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆเลย

บางคนเข้าใจผิดไปว่า ถ้าลูกเถียงแปลว่า พ่อแม่ไม่มีอยู่จริง อาจทำให้พ่อแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกมาอย่างดี รู้สึกแย่ เมื่อลูกเถียง พ่อแม่อาจจะคิดไปว่า การที่ลูกเถียงแปลว่าพ่อแม่ไม่มีอยู่จริงหรือนี่ นี่เราทำอะไรผิดไปลูกถึงเถียง

การเลี้ยงลูกมีปัจจัยหลายอย่าง นอกจากการเลี้ยงดูและทัศนคติของพ่อแม่แล้ว ตัวแปรที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือพี้นฐานจิตใจดั้งเดิมของเด็กที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดท ี่แตกต่างกัน

ลูกกำลังสอนให้พ่อแม่เข้าใจความจริงตามธรรมชาติที่ว่า ความแน่นอนไม่มีอยู่จริง
1+1 ไม่ได้เท่ากับสองเเสมอไป
ไม่มีสูตรตายตัวว่าเลี้ยงลูกแบบนี้ ตามวิธีนี้แล้วลูกจะออกมาเป็นแบบนี้

ถ้าบ้านไหนพ่อแม่ทำดีที่สุดแล้วและลูกก็เป็นไปอย่างที่หวังก็ถือว่านั่นคือผลลัพธ์ที่หอมหวาน
ถ้าบ้านไหนพ่อแม่ทำดีที่สุดแล้ว แต่ลูกอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ก็ขอให้เข้าใจว่า เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเลยลูกอาจจะ แย่ไปกว่านี้

แต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเลยแล้วลูกออกมาดี ก็ถือว่าเราโชคดีเลยทีเดียว
และถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเลยแล้วลูกแย่ ก็ขอให้เข้าใจว่านั่นคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำของเราเองส่วนหนึ่งด้วย

การที่ลูกเถียงไม่ได้แปลว่า พ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ หรือไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ไม่มีอยู่จริงเสมอไป

Cr. เพจเรียนรู้แบบเด็กญี่ปุ่น

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: