การบังคับเด็กให้ทำกิจกรรมที่ไม่ชอบบ้าง จริงๆมันก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด

ครั้งหนึ่งเคยดูสัมภาษณ์ แดน ดีทูบี

แดนพูดประมาณว่า
“ตอนเด็กๆพ่อ แม่ชอบให้ไปเป็นตัวแทน แข่งขันและอ่านทำนองเสนาะ ส่วนตัว ไม่ชอบ ไม่อยากไป พยายามจะหนี และครูที่สอนก็ดุมาก ต้องอ่านชัด ฝึกออกเสียง คำหนักเบา เสียงสั้นยาว รายละเอียดเยอะ แต่ต้องไปเพราะโดนพ่อแม่บังคับ พยายามจะหนี แต่สุดท้ายก็ต้องยอม
ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่พาแดนมาถึงวันนี้”

“คืออยากจะบอกว่า การบังคับไม่ได้แย่เสมอไป คนทุกคนควรได้รับการโดนบังคับ และให้ยอมรับบ้าง เพราะเรามักมองไม่เห็นตัวเรา แต่พ่อแม่หรือคนอื่นอาจจะเห็นว่าเราทำแบบนี้ได้ เมื่อเราลองทำดู เราอาจจะเจอสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เบื้องบนให้เรามาก็ได้ อย่าปฎิเสธโอกาส “เราว่าแดนพูดได้ดี

เราก็เลยได้ความคิดหนึ่งว่า
ลูกไม่จำเป็นต้องได้ทำแต่ในสิ่งที่ชอบหรอก บางอย่างลูกอาจจะไม่รู้เลยว่าเค้าจะทำอะไรได้ดี มีพรสรรค์ด้านไหน ไม่เข้าใจว่า ทำเพื่อตัวเองไปทำไม ทำยังไง เพราะเค้ายังเด็ก เค้ายังรักตัวเองไม่เป็นไง
—————————————————————-
เรามีเพื่อน ที่เล่าเรื่องเพื่อนอีกคนให้ฟังว่า เค้าอยากให้ลูกสอบติดสาธิตฯ เค้าพาลูกติวอย่างมีวินัย
แล้วบอกลูกว่า
“รักแม่ไหม” แน่นอนลูกตอบว่ารัก
“ถ้ารักแม่ ตั้งใจนะลูก ตั้งใจติว ตั้งใจทำข้อสอบ แล้วสอบได้เป็นรางวัลให้แม่ แม่อยากให้หนูสอบได้ ทำเพื่อแม่นะ”

เราก็ถามเพื่อนกลับไป ตามบทความหนึ่งที่เคยอ่านมาว่า “อย่าเอาความหวังของตัวเองไปผูกติดไว้ที่ลูก” ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับบทความนี้
“นี่มันความหวัง ความสุขของแม่ ทำไมไปโยนภาระให้ลูกเป็นคนทำ มันถูกต้องเหรอ”

คำตอบของเพื่อนทำให้เราต้องหยุดคิด และยอมรับในเหตุผลอีกแง่มุม

“มันเป็นการสร้างเป้าหมายให้เด็ก เด็กยังรักตัวเองไม่เป็นหรอก แต่เค้ารู้ว่าเค้ารักแม่ เราต้องใช้ความรักที่เค้ามีให้เรา ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเขา ให้เค้ามีที่ยึดเหนี่ยวว่าเค้ากำลังทำสิ่งนี้เพื่ออะไร สุดท้ายจะทำได้หรือไม่ ความรักที่แม่มีต่อลูกก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ไม่ได้ขู่เข็ญว่าต้องได้”

เราได้ฟัง เราก็เหมือนได้ปรับทัศนคติบางอย่าง
ก็จริงในสิ่งที่เพื่อนพูด อย่างน้อยเด็กก็ได้ลองทำอะไรที่มีเป้าหมาย
บางคนสอบไม่ติด ความรักก็ยังอยู่ ชีวิตก็ยังดำเนินต่อไปได้ อันนี้แม่ก็ต้องบริหารความคาดหวังตัวเองได้ด้วย ดูความไหวของลูกด้วย ไม่ให้ข้ามเส้นไปแตะคำว่ากดดัน

เพราะการบังคับที่เกินพอดี จะเป็นมุม darkของชีวิตที่ฝังลึก และมีผลต่อทัศนคติระยะยาวทันที

ลูกเราก็ไม่ได้ติว ไม่ได้เรียนสาธิตค่ะ เป็นสายกิจกรรม สายเที่ยว แต่ก็ชื่นชมในความมีเป้าหมายและมีวินัยของเด็กที่ไปติวรวมถึงพ่อแม่ด้วย เพราะแค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว แต่การมีวินัยแบ่งเวลาในเรื่องแบบนี้ก็น่าชื่นชม (อันนี้ไม่ร่วมเคสกดดันที่เกินพอดีนะคะ เพราะครอบครัวที่หาตรงกลางเจอก็มีเยอะแยะค่ะ)
บางอย่างเราไม่ได้เลือกก็ไม่ใช่ ว่าสิ่งนั้นไม่ดี แต่อาจไม่เหมาะกับเรา ซึ่งในบางแง่ก็น่าเรียนรู้และชื่นชม และเหมาะกับแต่ละบ้านต่างกันไป

คำว่ายังรักตัวเองไม่เป็นในที่นี้
ไม่ใช่ว่าเด็กไม่มีสัญชาตญาณการรักตัวเองนะคะ ตรงนี้แล้วแต่คนจะตีความมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเลี้ยงลูก
เราตีความว่า เดียงสาเค้ายังไม่เพียงพอต่อการมองถึงอนาคต ความชอบ หรือพรสวรรค์ในตัวเอง อะไรที่จะมีผลดีต่อเค้าในภายภาคหน้า
เราในฐานะพ่อแม่จึงควรค่อยๆศึกษา แล้ววางเป้าหมายอย่างละเอียดอ่อน
อย่าไปตีความว่าต้องบังคับให้ลูกเรียนอย่างเดียวนะคะ เลือกบังคับบ้างในบางเรื่องตามดุลพินิจของพ่อแม่ค่ะ อย่างน้อยเรื่องมารยาททางสังคมต้องฝึกต้องบังคับกันบ้างค่ะ
ทุกอย่างปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัวกันไป ทุกบ้านมีทางของตัวเอง
———————————————————————
โลกนั้นอยู่ยากขึ้นทุกวัน
การเลี้ยงลูกแบบให้มีความสุขทุกวันอาจไม่ใช่การเรียนรู้ที่ดีที่สุด การต้องเผชิญกับความไม่มีความสุขบ้าง เหมือนวัคซีนพื้นฐานตัวหนึ่งที่จะสร้างให้ลูกได้

การบังคับโดยพ่อแม่ คือ การสร้างภูมิที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมันแฝงไว้ด้วยความปรารถนาดีแน่นอน แต่เราต้องคิดให้ดี ว่าเราจะเลือกเอาสิ่งไหนมาบังคับลูก ย้ำนะคะ ว่าเราต้องชั่งน้ำหนักความคิดให้ดี อย่างเราจะเลือกในสิ่งที่มองแล้วว่าจำเป็น เช่นการเรียนว่ายน้ำ สำคัญมากต่อฃีวิต เป็นทักษะพื้นฐานที่ต้องบังคับให้เรียน

ดูจากความชอบถนัด อย่างการตีกลอง รู้สึกว่าลูกเราชอบจังหวะ พอพาไปเรียนก็เปิดใจอยากเรียน สนุก ได้ฝึกสมาธิ แต่นานไปพอเรียนแล้วขาดวินัยการซ้อม ก็ต้องบังคับให้รับผิดชอบต่อหน้าที่และค่าเรียน จะตีต่อเมื่ออยากตีไม่ได้ เพราะครูก็ต้องแบ่งเวลาไปสอนคนอื่นเช่นกัน

และที่สำคัญ มารยาททางสังคม ต้องบังคับให้เรียนรู้กฎ กติกาสังคม ไม่ใฃ่จะทำอะไรก็ได้ เพราะบางทีคนอื่นอาจเดือดร้อน และ เป็นผลกระทบย้อนกลับที่ไม่ดีกับตัวลูกเองได้
อันนี้เราเห็นเด็กที่มีอิสระมากๆ สร้างความเดือดร้อน ให้คนอื่น เราก็เรียนรู้ว่า ลูกเราจะต้องไม่อิสระพอจะไปทำความเดือนร้อน รำคาญใจให้คนอื่นแบบนี้

เราไม่ได้สนับสนุนให้หันมาบังคับลูก แต่เราเองอยากฝึกลูกให้มีภูมิต้านทาน และมองหาโอกาสให้เค้า หาพรสวรรค์ที่อยู่ในตัวเค้า ที่เค้าไม่ได้รู้จักมัน
ทุกอย่างที่เราเลือกทำ เราจะได้อย่างหนึ่ง และ เสียอย่างหนึ่งไปเสมอ มันจึงเป็นโจทย์ที่น่าคิด
ถ้าเราไม่ฃ่วยลูกคิดเลย วันหนึ่งที่ลูกเจอพรสวรรค์นั้นก็อาจจะช้าเกินกว่าจะต่อยอด หรือใช้ประโยชน์จากพรสวรรค์นั้น
—————————————————————-
การเลี้ยงลูกมีหลายแนวทางมาก และ เราเชื่อว่าทุกแนวทางดี ถ้ามีความพอดีตรงจุดนั้น
ให้อิสระแบบพอดี และบังคับแบบพอดี น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดของลูก

พอดีคือแค่ไหน อันนี้ตัวชี้วัดน่าจะอยู่ที่แต่ละบ้านพูดแทนกันไม่ได้ เราก็มีมาตรวัดในแบบของเรา
———————————————————————
การพาลูกเรียนพิเศษทำกิจกรรม ทุก ส อา อาจจะดีต่อลูก และเป็นการวางเป้าหมายในแบบหนึ่ง
เด็กที่มีน้ำตาในการที่พ่อแม่บังคับให้ทำอะไรบางอย่าง อาจซ่อนไว้ซึ่งเหตุผลที่เราไม่รู้ทั้งหมด หลังจากนั้นเด็กคนหนึ่งอาจจะยิ้มและค้นพบตัวเองก็ได้ มันอาจเป็นการบังคับให้เปิดใจ ไม่ใช่การบังคับให้ชอบในสิ่งที่ไม่ชอบ
อย่ามองเหตุการณ์ แค่ไม่กี่นาทีแล้วตัดสินการเลี้ยงลูกของคนอื่น
การเปิดใจ เป็นแง่มุมที่น่าสนใจมากสำหรับเราเลยทีเดียวในการเติบโตทั้งแม่และลูก

การพาลูกเที่ยวทุก เสาร์ อาทิตย์ แบบเรา
เราก็มองทิศทางการเรียนรู้ และ มีเป้าหมายในแบบเรา เราก็เรียนรู้กันและกันในทุกเส้นทางที่เราไป
ถึงเราไม่ใช่สายวิชาการ แต่เราก็ไม่เคยคิดว่าสายวิชาการไม่ดี กลับชื่นชมในความมีวินัยของเด็กกลุ่มนี้เสมอ

ทุกแนวทางดีในแบบของตัวเอง เราไม่อาจไปตัดสินว่าอะไรดีที่สุด แต่การเปิดใจให้กว้าง มองรอบข้าง เราก็มักจะได้แนวคิดดีๆในการเลี้ยงลูกมาผสมผสานเสมอ
———————————————————————-
“เพราะลูกยังรักตัวเองไม่เป็นไง เราถึงต้องใช้ความรักที่เขามีต่อแม่ ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเขา” เราชอบคำนี้

ทั้งหมดที่เราเล่ามา ไม่ใช่ How to หรือหลักการ การเลี้ยงลูกนะคะ เป็นเพียงการแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองที่เราได้รับรู้มาและน่าสนใจค่ะ

ส่วนตัวเราคิดว่าการให้แต่อิสระ ไร้กรอบโดยสิ้นเชิง
ได้ทำแต่สิ่งที่ชอบ ไม่รู้จักปรับตัวและความรู้สึกเลย อาจไม่ใช่ภูมิคุ้มกันสมบูรณ์แบบสำหรับลูกเราค่ะ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ และดีใจที่มีคนเช้าใจในสิ่งที่เราพยายามจะสื่อมากๆนะคะ
ขอเน้นว่า ไม่ได้สนับสนุนให้บังคับลูกแบบกดดัน หรือ ริดรอนอิสระในวัยเด็ก แต่บอกว่าทุกอย่างจะดี ถ้าพอดีค่ะ การบังคับไม่ได้แย่ไปทุกกรณี การอิสระทั้งหมดก็ไม่ได้ดีซะทีเดียว
คำว่า รักตัวเองไม่เป็น ตีความตามที่อธิบายในบทความ ไม่ได้กล่าวถึงสัญชาตญาณการรักตัวเองแบบตรงๆของมนุษย์
ทุกบ้านมีแนวคิดของตัวเองแล้วแต่จะนำประสบการณ์ที่เจอมาปรับใช้
การตีความก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติด้วยค่ะ ทุกประสบการณ์ที่ผ่านมาให้ได้เรียนรู้มีมุมมอง ขอบคุณทัศนคติดีๆที่มีให้กับเรื่องเล่านี้นะคะ

เลี้ยงลูกสุดเหวี่ยง

พาลูกเที่ยว

aroundwegrow

รักลูก

เพราะลูกยังรักตัวเองไม่เป็น

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: