เลี้ยงลูกแบบฉลาด

เลี้ยงลูกแบบฉลาด

“ตอนนี้ไม่ค่อยซ้อมดนตรีเลย
บอกว่ายาก บังคับให้เล่นก็ร้องไห้
ต้องทำยังไงดี”😢

“ตอนสอบต้องติวให้รึเปล่า..เดี๋ยวลูกจะเข้าใจผิดคิดว่าเรากดดันเรื่องเรียน”

“เข้มงวดแค่ไหน ถึงจะไม่ทำให้ลูกเครียด
.
เป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบให้ใครได้เลยจริงๆ
เพราะโลกนี้ ไม่มีเครื่องวัดความกดดัน, ความเครียด, ความเข้มงวด
เป็นหน้าจอดิจิตอลให้เราเห็น
.
แต่หมออยากแชร์
เนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือเรื่อง GRIT
ว่าด้วยเรื่องการเลี้ยงลูกแบบฉลาด
.
หลังจากความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกเชิงบวกแพร่หลาย
พ่อแม่ส่วนใหญ่เข้าใจว่า
การเลี้ยงลูก ด้วยเหตุผลเป็นเรื่องดี
และการทำโทษ หรือการกระทำใดๆที่กดดัน เคร่งเครียด เป็นเรื่องไม่ดี
บางคน
ถึงขั้นวิจารณ์การเลี้ยงดูลูกของครอบครัวอื่น
.
ความจริงก็คือ
ความเครียดที่พอเหมาะ (positive stress)
ไม่ได้ทำร้ายสมองเด็ก
ยังเป็นสารตั้งต้นชั้นดี ของคำว่า ศักยภาพ

ความเครียดที่พอเหมาะ
เป็นความเครียดที่เกิดจาก การได้เผชิญอุปสรรค
และต้องดึงความสามารถของตัวเองมาแก้ปัญหา
เป็นความเครียดที่คาดเดาได้
(ไม่ใช่การทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรมทางเพศ ทำร้ายจิตใจจนทำให้เสียคุณค่าในตัวเอง ทอดทิ้งละเลยโดยสิ้นเชิง….พวกนี้คือ major stress ที่ส่งผลร้ายต่อสมอง)

งานบ้านที่ไม่อยากทำ แต่ก็ต้องทำ
นี่ก็เกิด positive stress

พ่อแม่ เข้มงวด กับลูก มีการวางกติกากันก่อน
ทำไม่ได้ก็ต้องรับผลของการกระทำ….นี่ก็ positive stress

การซ้อมดนตรี กีฬา การทำสิ่งที่ยากกว่าความสามารถปัจจุบันของตัวเอง
ก็เป็นความเครียด
แต่ถ้าผ่านมันไปได้ ก็เก่งนี่ก็ positive stress

เรื่องที่ควรรู้ถัดมาคือ
เด็กที่ไม่มีใครคาดหวังอะไรกับเค้าเลย
ไม่ใช่เด็กที่คนอื่นต้องอิจฉา
จะทำหรือไม่ทำก็ได้
จะซ้อมหรือไม่ซ้อมก็ได้
จะสอบตก หรือสอบได้ ก็ไม่ต่างกัน
จะได้คะแนนเท่าไหร่ก็ได้

เค้ามิใช่เด็กที่จะภาคภูมิใจในตัวเอง
เพราะเด็กอยากให้คนที่เค้ารัก ชื่นชมเค้าเสมอ
การชื่นชมที่มีแต่เปลือก
ใช้ได้แค่พักเดียว
อีกไม่นานเค้าจะตั้งคำถามว่า
เค้ามีอะไรควรค่ากับการชมนั้นรึเปล่า
หลังจากนั้น เค้าจะรู้ว่า คำชมนั้น ไม่มีค่าอะไร
เพราะ ดี ไม่ดี ทำหรือไม่ทำ…ก็ได้มาอยู่ดี

ดังนััน การเลี้ยงลูกอย่างฉลาด
ไม่ได้หมายถึง ไม่เข้มงวด
ไม่ได้หมายถึง ไม่กดดัน
ไม่ได้หมายถึง ไม่ต้องไปคาดหวังเดี๋ยวลูกจะเครียด

แต่ต้องเหมือนโค้ช
ที่ต้องรู้จักนิสัยใจคอ
และมองสภาวะปัจจุบันของนักกีฬาให้ขาด
รู้จุดแข็งที่ต้องรักษาไว้ รู้จุดด้อยที่ต้องเสริม
วันนี้ เหนื่อยเลยงอแง ต้องให้พัก แล้วค่อยไปต่อ
วันนี้ topform ต้องชื่นชมให้เห็นว่าเรารู้ว่าเส้นทางจะมาถึงวันนี้ไม่ง่าย รู้ว่าพยายามแค่ไหน…บอกให้เค้ารู้ว่าเรามองเห็น และภูมิใจในความทุ่มเทนั้น

วันนี้ ทำอะไรมีแต่ผิดไปหมด นักกีฬาอาจจะท้อ บอกว่าขอเลิก แต่เราต้องรู้ว่าคำว่าเลิก ออกมาจากปากขณะที่เจ้าตัวใช้สมองส่วนอารมณ์ มากกว่า EF
รอให้สมองส่วนเหตุผลกลับมา function ค่อยให้ตัดสินใจใหม่

.
ความยาก มิใช่ตอบว่าต้องทำหรือไม่
การส่งเสริมมันต้องมาพร้อมกับเคี่ยวเข็ญ
ผลักลงสนามแล้ว แต่ต้องคอยอยู่ข้างสนาม
ช่วยแก้เกมส์ให้ คอยให้กำลังใจ

แต่ความยากของการเลี้ยงลูกอย่างฉลาดอยู่ที่
เด็กแต่ละคน กับพ่อแม่ของเค้า
จุดไหนคือความพอดี ในพื้นที่
ระหว่าง ส่งเสริม-เคี่ยวเข็ญ ต่างหาก
😅😅😅
.
ต้องเรียนรู้ทั้งตัวลูก และตัวเองค่ะ
ข้อดีของเราคือ การทดลองของเรามีวันพรุ่งนี้เสมอค่ะ
.
Cr.เพจหมอแพมชวนอ่าน

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: