RSV ไม่ใช่โรคใหม่ เป็นโรคที่พบกันมานานกว่า 50 ปีและมีการระบาดทุกปีโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

RSV
.
ได้กล่าวไว้แล้วว่า RSV ไม่ใช่โรคใหม่ เป็นโรคที่พบกันมานานกว่า 50 ปีและมีการระบาดทุกปีโดยเฉพาะในเด็กเล็ก
.
จากข้อมูลการศึกษาวิจัยของศูนย์ไวรัสที่จุฬาฯที่ผมทำการศึกษาอยู่ดังแสดงในรูปจะเห็นว่าพบได้ทุกปีในฤดูฝนของทุกปี ยกเว้นปีนี้ที่มีการปิดเรียนยาวนานหน่อย โรคเลยเกิดขึ้นช้ากว่าทุกปี มาสูงสุดเดือนตุลาคมและเชื่อว่ากำลังจะลดลง
.
โรคนี้เป็นแล้วเป็นได้อีก การศึกษาของเรามีเด็กบางคนเป็นทุกปี ส่วนใหญ่จะมีอาการน้อย ถ้ามีการศึกษาภูมิต้านทานจะรู้ว่าภูมิต้านทานจะอยู่สั้นมากจึงทำให้เป็นแล้วเป็นได้อีก ส่วนใหญ่จะมีอาการมากในเด็กเล็กและจะน้อยลงเมื่อโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุเกิน 5 ปีไปแล้วก็ยังเป็นโรคได้แต่อาการจะน้อยมาก ในผู้ใหญ่ก็เป็นได้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีอาการและจะมีอาการมากอีกครั้งหนึ่งเมื่อเข้าสู่สูงวัยหรือผู้เฒ่าผู้แก่เช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ
.
โรคนี้อาการลงปอดจะลงที่หลอดลมฝอยไม่ได้ลงที่เนื้อปอด เมื่อลงที่หลอดลมขนาดเล็กหรือหลอดลมฝอยมีการอักเสบของหลอดลม ก็จะเกิดการบวมของหลอดลม ทำให้รูหายใจเข้าเล็กลง ลมเข้าออกจะลำบากจึงหายใจหอบ มีเสียงวี๊ดหรือครืดคราด เมื่อการอักเสบดีขึ้นจะหายเป็นปกติ เด็กเล็กหลอดลมก็เล็กก็จะมีอาการมาก เมื่อเอกซเรย์ลักษณะปอดจะดำกว่าปกติเพราะมีลมค้างอยู่ในปอด และมีร่องรอยของหลอดลมเป็นร่างแหเห็นได้
.
โอกาสที่โรคนี้จะเสียชีวิตน้อยมาก การรักษาเป็นการรักษาตามอาการประคับประคองเรื่องการหายใจของเด็ก รอเวลาให้การอักเสบต่างๆดีขึ้นด้วยระบบภูมิต้านทานของเด็กเอง โรคนี้ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ รู้จักกันมานานและมีการพยายามที่จะพัฒนาวัคซีนมากกว่า 30 ปี ก็ไม่ประสบความสำเร็จด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ภูมิคุ้มกันไม่ได้อยู่ยาวนาน การศึกษาภูมิต้านทานจนถึงเด็กอายุ 4 ขวบที่ทำอยู่ขณะนี้ พบว่าเด็กเกือบทั้งหมดเคยติดเชื้อไวรัส RSV มาแล้วและจำนวนมากมีอาการน้อยหรือไม่ทราบด้วยซ้ำ แค่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจธรรมดา
.
ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจที่ดีขึ้น ทำให้ตรวจได้ง่ายและมีการแพร่กระจายข่าวในสื่อสังคม ทำให้เป็นที่ตื่นตระหนกกับมารดาจำนวนมาก การป้องกันดังได้กล่าวมาแล้วว่าโรคนี้จะเป็นไปตามฤดูกาลโดยพบมากในฤดูฝนหรือหลังเปิดเทอมแรกของนักเรียน การแพร่กระจายที่สำคัญจึงอยู่ที่โรงเรียนอนุบาล การใช้ของร่วมกัน การอยู่ร่วมกัน การนอนร่วมกันโดยเฉพาะในห้องแอร์ จึงเป็นแหล่งแพร่กระจายโรคได้ดี
.
การป้องกันที่ดีที่สุดคือห้องเรียนจะต้องมีอากาศถ่ายเทได้ดี ทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ ไม่ใช้ของใช้ร่วมกัน ล้างมือทำความสะอาดเสมอ เด็กที่ป่วยควรอยู่บ้าน ไม่ควรไปโรงเรียน การใส่หน้ากากอนามัยในเด็กโตช่วยได้ แต่ไม่แนะนำให้ในเด็กเล็กที่ต่ำกว่า 2 ขวบ โดยเฉพาะเวลานอน
.
ในเด็กอนุบาล เมื่อไม่สบายเป็นโรคทางเดินหายใจ หายใจแรง มีเสียงดัง หรือหอบ ควรไปพบแพทย์ ในรายที่ไม่เป็นมาก ถึงแม้ว่าจะตรวจพบว่าเป็น RSV ก็ไม่มีเหตุผลให้นอนโรงพยาบาล อาการที่ควรจะนอนโรงพยาบาลคือ มีไข้สูง หายใจหอบ หายใจแรง และต้องพ่นยาบ่อยครั้ง

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: