‘การเสิร์ชกูเกิลบ่อยครั้ง จะทำให้คุณสมองเสื่อมได้’ โดยเรียกว่า ภาวะ “Google Effect”

Google Effect

ลองนับสิว่ามีกี่ครั้งที่คุณอยากรู้อะไรสักเรื่อง แล้วหยิบโทรศัพท์มาเสิร์ช “Google” และจะพบคําตอบที่รอคุณอยู่ในนั้นเสมอ แล้วลองนับด้วยว่ามีกี่ครั้งที่คุณลืมเรื่องราวในอดีต หรือเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีที่ผ่านมา ซึ่งเหตุผลที่เราถามสองสิ่งนี้คู่กัน เพราะรู้หรือเปล่าว่า ‘การเสิร์ชกูเกิลบ่อยครั้ง จะทำให้คุณสมองเสื่อมได้’ โดยเรียกว่า ภาวะ “Google Effect”
.
“Google Effect” คืออาการของสมองที่จะไม่จดจําเรื่องราวในอดีต เรียกง่ายๆ ว่า “สภาวะความจําเสื่อม” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Digital Amnesia” ซึ่งมีผลมาจากพฤติกรรมการใช้ “search engine” หรือการเสิร์ช Google บ่อยๆ รวมทั้งการจดข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในชีวิตลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ จนทําให้บางครั้งเราหลงลืมเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และทําให้เกิดโรคความจําเสื่อมขึ้นได้ ไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม
.
นักวิจัย Betsy Sparrow, Jenny Liu และ Daniel M.wegner ได้กล่าวถึงอาการ “Google Effect” ว่า เกิดครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 2011 ที่พวกเขาได้ทําการทดลองกับผู้คน ก่อนพบว่าการจดจําอะไรผ่านสื่อดิจิทัลจะทําให้ความจําสั้นลงหรือจําได้น้อยลง และยังพบว่าระบบการทํางานของสมองจะถูกทําลาย ซึ่งจะนํามาสู่ปัญหา และเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของมนุษชาติ นอกจากนี้การวิจัยของ Kaspersky Lab ที่ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างในยุโรปจำนวน 6,000 คนยังพบว่า ผู้คนมักใช้เทคโนโลยีเก็บข้อมูลต่างๆ แทนจำเอง ส่งผลให้ลืมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคนรักใคร่ใกล้ชิด เช่น กลุ่มตัวอย่างเจ็ดในสิบจำเบอร์โทรของลูกตัวเองไม่ได้ แต่พบว่าผู้ใหญ่กว่าครึ่งที่ไม่ค่อยใช้การเสิร์ชข้อมูลผ่านโลกดิจิทัล จะนึกเบอร์โทรศัพท์บ้านของตัวเองตอนอายุ 10 ถึง 15 ปีได้อย่างรวดเร็ว
.
แล้วเพราะอะไรกันเราถึงลืมได้ง่ายดายขนาดนี้ ?
จากความเชื่อที่ว่า เราสามารถหาข้อมูลในกูเกิลได้เมื่อไหร่ วันไหน หรือที่ไหนก็ได้ตามความต้องการ หรือตราบใดที่ยังมีอินเทอร์เน็ตใช้อยู่ เพื่ออ่านข้อมูล หรือเพิ่มความรู้ ณ ขณะนั้น ซึ่งหากลืมก็คิดแค่ว่าไม่เป็นไร เพราะหยิบตัวช่วยอย่างกูเกิลออกมาใช้ได้เสมอ จนติดกลายเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวไปตลอด ทำให้การจดจำของเราเข้าสู่การจดจำแบบ “Transactive Memory” หรือปรากฏการณ์การหลงลืม เพราะรู้ว่าจะหาข้อมูลได้ทีหลัง และเมื่อมีการลืมครั้งแรก ก็มักจะมีการลืมครั้งที่สอง และครั้งต่อๆ มาเสมอ
.
ส่วนวิธีการป้องกันการเป็นโรคนี้คือ การพยายามจํารายละเอียดในชีวิตเราให้มากขึ้น จําไม่ได้ก็จดลงกระดาษ แทนการใช้เครื่องมือดิจิทัล รวมถึงการค้นหาข้อมูลผ่านการเสิร์ชให้น้อยลง แต่เปลี่ยนเป็นการอ่านจากหนังสือ หรือพรินต์ออกมาเพื่ออ่านแล้วเน้นข้อความสำคัญไว้ รวมไปถึงการทำ Social Detox ออกห่างจากโซเชียลมีเดีย เพื่อให้สมองได้หยุดพักจากวันที่ถาโถมไปด้วยเรื่องราว ปล่อยตัวปล่อยใจให้เราสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า และโลกนอกจอมากขึ้น
.
Content Writer: Nicha W.
Graphic Designer: Ichaya N.

UrbanCreature #Perspective #GoogleEffect #TransactiveMemory #ความจำเสื่อม

Cr. FB Urban Creature

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: