เด็กมีหน้าที่ดื้อ

คำชี้แจง: ข้อเขียนนี้เขียนเมื่อหลายปีก่อน โดยผู้เขียนซึ่งเป็นคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ และเรียนแพทย์มาตั้งแต่เกือบ 40 ปีก่อน เรียนจิตเวชศาสตร์เด็กเมื่อ 30 กว่าปีก่อน หลักการที่ใช้คือเรื่อง การให้รางวัล – เพิกเฉย – ทำโทษ และได้ผล


วันนี้ พศ 2563 เด็กเจอเนอเรชั่นอัลฟ่าเกิดแล้ว ส่วนพ่อแม่เป็นคนรุ่น x หรือ y ดังนั้นอ่านข้อเขียนด้วยวิจารณญาณ และขอให้รู้ว่าเรามี “จิตวิทยาเชิงบวก” และ “เลี้ยงลูกเชิงบวก” แล้ว ท่านที่สนใจขอให้ขวนขวายหาอ่านแล้วทำตาม
ตัดสินใจเผยแพร่บทความนี้อีกครั้งหนึ่งโดยไม่แก้ไขและตัดทอน เป็นหลักฐานการเปลี่ยนผ่านอันแสนโกลาหลนี้

เด็ก(มีหน้าที่)ดื้อ

“คุณหมอคะ ลูกดิชั้นคงไม่ปกติแล้วค่ะ” คุณแม่ของเด็กชายวัยสามขวบมาปรึกษา “มันรวนทั้งทริป กวนสุดๆจนดิชั้นกับสามีจะทนไม่ได้ละ”

สองสามีภรรยาพาบุตรชายแสนซนสุดน่ารักไปเที่ยวทางไกล
“ขึ้นรถไฟฟ้าก็ร้องเพลงลั่น”
“บอกงัยก็ไม่หยุด ยิ่งทำมากขึ้น”
“ไปเที่ยวถ่ายรูป ก็ไม่ยอมยืนดีๆ”
“เค้าทำอย่างหนึ่ง มันทำอย่างหนึ่ง”

สองสามีภรรยาผลัดกันฟ้องลูก ทริปเที่ยวทางไกลที่ควรชื่นมื่นกลายเป็นความหงุดหงิด

“บอกด้วยท่าทางจริงจังก็แล้ว ตีก็แล้ว เครียดค่ะ อารมณ์เสียมาก กลับถึงโรงแรมให้นั่งสิบนาทีอยู่กับที่และงดไปกินข้าวกับหมู่คณะที่มาด้วยกัน โดนตีไปอีกหนึ่งที ถีบแม่”

คุณพ่อคุณแม่คู่นี้ลืมหลักการพื้นฐานหลายข้อ

1.เด็กมีหน้าที่ทดสอบกฎ เรามีหน้าที่สอนให้เขารู้กฎ ถ้าเราเอาจริง เด็กก็จะทำตามเสมอ เราเหยาะแยะ เด็กก็ไม่รู้ว่าเราจะเอายังงัยกันแน่

2.กฎ กติกา มารยาทของมนุษย์มีหลายชนิด

ชนิดแรก ผ่อนปรนได้ เช่น เรียกถ่ายรูปไม่ยอมมา อะไรแบบนี้ผ่อนปรนได้ เป็นคุณพ่อคุณแม่เองที่เอาแต่ใจ อยากให้ลูกยิ้มหวานดั่งใจเรา อยากได้รูปสวยๆไว้อวดชาวบ้าน แต่เจ้าตัวร้ายไม่อยากยิ้มนี่นา ไม่ยอมมาถ่ายรูปด้วย นี่เป็นเรื่องเล็กๆที่พ่อแม่ผ่อนปรนและรอคอยได้ ไม่ต้องฆ่ากัน

ชนิดที่สอง เป็นกติกาสังคม เช่น ห้ามเสียงดังในที่สาธารณะ ห้ามวิ่งเล่นในร้านอาหาร กินข้าวต้องนั่งโต๊ะอาหารอยู่กับที่ มีคิวต้องเข้าคิวห้ามแซงเด็ดขาด เป็นต้น กติกาสังคมเหล่านี้เราควรเอาจริงเสมอ เพื่อให้เด็กของเราโตขึ้นเป็นพลเมือง(citizen)

พลเมืองหรือซิติเซ่นเป็นคำที่มีความหมายในตนเองอยู่แล้วนั่นคือเคารพกติกา

พ่อแม่เอาจริงได้ด้วยสีหน้า น้ำเสียง และท่าทาง เอาจริงเมื่อไรแปลว่าสำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จแปลว่าท่านไม่เอาจริง อย่ามาเถียงว่าท่านเอาจริงแล้ว ถ้าเด็กยังดื้อและไม่ทำตาม แปลได้อย่างเดียวคือท่านเหยาะแยะ ไม่เอาจริง ท่านเป็นพ่อแม่ที่ไม่ได้เรื่อง

ในการเอาจริงนั้น พ่อแม่ต้องไม่ขัดกัน พ่อเอาอย่าง แม่เอาอย่าง เด็กฉลาดจะรู้จักเสี้ยม และรู้ว่าพ่อแม่ไม่แน่พอที่จะเอาจริง ดังนั้นอย่าขัดกันเอง พูดตรงกันเสมอในการสอนวินัยและกติกาแก่เด็กๆ แม้ในใจจะขัดกันก็ยอมๆกันไปก่อน ผลัดกันยอมผลัดกันลองผิดลองถูก เชื่อเถิดว่าพ่อแม่ก็ผิดๆถูกๆกันทุกคน แต่ถ้าเราสามัคคีพูดตรงกันเสมอ ยังงัยมันก็แพ้เรา

ชนิดที่สาม คือความผิดร้ายแรง ได้แก่ การทำร้ายคน ทำร้ายตนเอง ทำลายข้าวของ เช่นนี้พ่อแม่ที่ดีต้องไม่ยอมเป็นอันขาด

เด็กตีแม่ ถ่มน้ำลายใส่พ่อ เตะปู่ย่าตายาย ยกเท้าถีบบุพการี เช่นนี้ตีได้เลย ตีครั้งเดียวต้องอยู่หมัด มิใช่ตีเบาๆแล้วเอาแต่ร้องแหยๆว่า “ไม่เอานะลูกขา อย่าทำอีกนะลูกขา แม่จะตีเพียะๆแรงๆนะคร้า” แบบนี้ไม่ได้เรื่อง

เด็กถูกขัดใจแล้วดิ้นพราดๆ เช่นนี้อุ้มไปไกลๆเลย เด็กขว้างจานชามแตกกระจาย แบบนี้ตีเลยเช่นกัน

ขอให้แน่ใจว่าตีครั้งเดียว อย่างจริงจัง แล้วบอกความผิดของเขาชัดๆ เขาจะไม่ทำอีก ไม่ตีเพราะความโกรธ

พ่อแม่ที่ดีเวลาตีเด็ก ตนเองจะเจ็บปวดมากที่ตีลูกแต่ก็จำเป็นต้องทำให้หลาบจำเพื่อไม่ให้ทำความผิดแบบนั้นซ้ำๆอีก พ่อแม่ที่ดีเวลาตีเด็กจะน้ำตาตกในเสมอ

พ่อแม่ที่ไม่ตีเด็กมักอ้างว่าทำให้สุขภาพจิตเด็กเสีย หรือกลัวลูกไม่รัก หรือไม่กล้าเผชิญหน้าความเจ็บปวดที่ต้องตีลูก

หารู้ไม่ว่าเด็กที่โตขึ้นมาในสภาพที่ควบคุมพฤติกรรมของตนเองไม่ได้จะมีสุขภาพจิตเสียหายมากกว่ามาก

จะเห็นว่าเราไม่ได้ห้ามทุกเรื่อง เราสงวนไว้เฉพาะเรื่องร้ายแรงหรือเรื่องกติกาสังคมบางข้อ ที่แท้แล้วส่วนใหญ่เป็นเรื่องผ่อนปรนได้ พ่อแม่จำนวนมากเอาจริงเอาจังกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเสียมากกว่า ผลคือไม่ได้สักเรื่อง

“ถ้าเราห้ามหรือสั่งเรื่องเล็กๆวันละ 100 เรื่อง เราจะไม่ได้สักเรื่อง ไม่ได้ทั้งเรื่องกติกาสังคมและเรื่องร้ายแรงด้วย เสียหมดทุกเรื่อง ถ้าเราไม่จัดการกับพฤติกรรมก้าวร้าวเท่ากับส่งสัญญาณว่าขนาดนี้ยังทำได้ อะไรก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ ไม่เห็นมีน้ำยาสักคน ทั้งหมดนี้ทำให้คำสอนเรื่องสำคัญๆ เช่น กติกาสังคม เสียหายไปด้วย” ผมพูด “ไม่ห้ามทุกเรื่อง เด็ดขาดกับเรื่องร้ายแรง เอาจริงกับกติกาและมารยาทสังคม เช่นนี้จึงเอาอยู่ทุกเรื่อง”

เด็กทุกคนมีหน้าที่ดื้อและทดสอบกติกา
เป็นหน้าที่พ่อแม่ต้องสั่งสอน
ถ้าเราส่งสัญญาณว่าเอาจริง เขาฟังเสมอ

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: