ทักษะชีวิต

ทักษะชีวิต

ทักษะชีวิตประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่

กำหนดเป้าหมาย
วางแผน
ตัดสินใจ
ยอมรับผลลัพธ์ของการกระทำ
มีความยืดหยุ่น

มีความจริง 2-3 ข้อที่เราควรรับทราบและยอมรับโดยเร็ว

ข้อหนึ่งคือ เราไม่เคยรู้จริงๆว่าที่เราตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไปนั้น ดีหรือไม่ดี เหตุผลเพราะเมื่อเราตัดสินใจไปทางหนึ่ง เราจะไม่รู้อย่างแท้จริงหรอกว่าถ้าไปอีกทางหนึ่งจะดีกว่าหรือแย่กว่า

ดังนั้นทุกครั้งที่เราตัดสินใจ เราไม่หลงตนมากเกินไปว่าทำดีที่สุดแล้ว อาจจะมีหนทางอื่นที่ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตาม เรายอมรับผลลัพธ์ของการตัดสินใจของตนเองเสมอ และยินดีรับผิดรับชอบสิ่งที่เกิดขึ้น นี่คือทักษะชีวิตที่ดี

ข้อสองคือ เราไม่เคยรู้จริงๆว่าอะไรที่แย่ๆที่เกิดกับเรานั้นเป็น “โชคดีที่โชคร้าย” หรือเปล่า กล่าวคือหากเราเลือกไปอีกหนทางหนึ่ง เราอาจจะพบชะตากรรมสาหัสกว่าที่เป็นอยู่ตรงหน้าก็ได้

ดังนั้นทุกครั้งที่เราคิดว่าแย่แล้ว ควรฝึกคิดด้วยว่านี่ยังไม่แย่ที่สุด รวมทั้งแม้วันนี้จะแย่แต่อีกสองปีข้างหน้าเรื่องอาจจะกลับกลายเป็นดียิ่งกว่า นี่คือทักษะชีวิตที่ดี

ผมแก่พอจะบอกว่าข้อสองนี้ถูกบ่อยครั้ง อะไรที่ว่าแย่วันนี้กลับกลายเป็นดีกว่าเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นหากถามว่าเทคนิคคลายเครียดที่สั้นที่สุดคืออะไร

คำตอบคือ อดทน

ข้อสามคือ การยอมรับผลลัพธ์ของการกระทำอาจจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จะเกิดอะไรเราก็ยอมรับได้ เพื่อที่จะได้ไปต่อไป
นั่นคือกำหนดเป้าหมายใหม่ เพราะเป้าหมายเดิมอาจจะผิด ทั้งผิดทิศ ทั้งยากเกินไป หรือง่ายเกินไป

จากนั้นวางแผนใหม่ แผนหนึ่งเสียหายแล้ว ก็วางแผนสอง สาม และสี่ ชีวิตจึงจะไม่มีวันสิ้นสุด

จากนั้นตัดสินใจทำอะไรบางอย่างอีกครั้งหนึ่ง ควรดีใจหากพบว่าเราล้มเหลวตั้งแต่อายุยังน้อย หรือพบลูกๆล้มเหลวตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะหากตั้งตัวได้ใหม่และยินดีทำทั้งหมดใหม่อีกครั้งหนึ่ง นี่คือทักษะชีวิตที่ดีมาก

จากนั้นยอมรับผลลัพธ์อีก จะเห็นว่าทักษะชีวิตกลายเป็นวัฏจักร หมุนวนไปเรื่อยๆ

คนที่เครียดง่าย ไม่พ้นมีอุปนิสัยดังต่อไปนี้

ไม่กำหนดเป้าหมาย หายใจเข้าออกไปวันๆแต่อยากมีอยากได้ ครั้นไม่ได้ก็โวยวาย

ไม่วางแผน คิดจะทำอะไรก็ทำ ครั้นไม่ได้ก็ตีโพยตีพาย

ไม่ตัดสินใจ แม้ว่าชีวิตจะมีอุปสรรค ก็พร้อมจะเศร้าหรือร้องไห้อยู่ตรงทางแยกนั้น ไม่ตัดสินใจเดินไปสักทาง
ตัดสินใจแล้วไม่ยอมรับผล ไม่รับผิดรับชอบ เอาแต่โทษตนเอง หรือโทษคนอื่น หรือโทษฟ้าดิน

ไม่ยืดหยุ่น รู้ว่าไปทางข้างหน้าหาเรื่องใส่ตัวแน่ๆ ก็ยังจะทำ

จะเห็นว่าความเครียดมากับทักษะชีวิตที่แย่ ในทางตรงข้ามความไม่เครียดมากจนเกินไปมากับทักษะชีวิตที่ดี โดยเล็งเห็นความจริงของชีวิตตั้งแต่แรกว่า “ชีวิตเป็นอนุกรมของความทุกข์”อยู่ก่อนแล้ว

ชีวิตควรเดินสายกลาง และมีศรัทธากับเรื่องบางเรื่องอย่างมั่นคง จึงจะไปได้เรื่อยๆ

เดินสายกลางแปลว่าไม่มากไป ไม่น้อยไป ในทุกๆเรื่อง อยากดีอยากได้ทุกอย่างนั้นมากไป แต่ไม่อยากได้อะไรเลยก็น้อยไป จะสร้างความทุกข์ทั้งคู่ แม้ปากพูดว่าปลงแล้วก็ตาม

ความอยากได้นั้นไม่ผิดอะไร แต่ควรจัดลำดับความสำคัญให้เป็น ใครจัดถูกมักได้ทั้งหมด ใครจัดผิดมักไม่ได้อะไรสักข้อ

เช่น อยากได้เงิน ชื่อเสียง และครอบครัวที่ดี
ข้อแนะนำทั่วไปคือจัดลำดับความสำคัญให้ครอบครัวเป็นที่ 1 ครอบครัวเรียบร้อยเราจะมีพลังทำงานได้ดี เงินก็จะตามมา เป็นที่2 ครั้นงานดีขึ้นทุกขณะ ทำงานเพียงเพื่องาน มิได้คิดเป็นอื่น ชื่อเสียงจึงจะตามมาเอง เป็นที่3

คนส่วนใหญ่เอาเงินขึ้นก่อน มักไม่ได้ทั้งครอบครัวและชื่อเสียง ได้แต่เงินอย่างเดียว

ความไม่อยากได้ก็ไม่ผิดอะไร แต่ขอให้มั่นใจว่ามิได้ทำให้คนข้างเคียงเดือดร้อนตามไปด้วย เส้นบางๆระหว่างความไม่อยากได้อะไรกับความไม่รับผิดชอบต่อคนที่รักบางครั้งก็บางนิดเดียว

ที่จริงแล้ว วิธีคลายเครียดที่ดีที่สุดคืออยู่กับมันอย่างมีความสุข

Cr. นายแพทย์ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: