ประโยชน์ของความดื้อและโทษของการทำโทษ

ประโยชน์ของความดื้อและโทษของการทำโทษ

เด็กเล็กต้องการพ่อแม่เป็นผู้นำ แต่มิใช่ผู้สั่ง

เป็น leader มิใช่ dictator

ความข้อนี้สำคัญ เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรใส่ใจคือเรื่องสายสัมพันธ์ (attachment) มากกว่าเรื่องสายบังคับบัญชา (commanding)

เพราะสายสัมพันธ์จะเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือให้ลูกควบคุมตนเองได้ และเชื่อฟัง

เราไม่ควรทำบ้านเป็นสนามรบ บ้านควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย อบอุ่น มีความสุข และเด็กพร้อมจะอยู่ในร่องในรอยด้วยตัวของเขาเอง

คำสำคัญคือคำว่า “ด้วยตัวของเขาเอง”

เราสั่งเขาทำได้ เขาทำเพื่อเรา
เราทำโทษเพื่อให้เขาทำตามคำสั่งก็ได้ แต่เขาทำเพื่อเราอีกเช่นกัน

และถ้าเราติดอยู่ที่การสั่งหรือการทำโทษให้หวาดกลัวเพื่อจะได้ทำตามคำสั่งของเรา ในที่สุดเด็กจะสูญเสียความสามารถที่จะทำด้วยตนเองเพื่อตนเอง

เขาจะทำทุกอย่างเพื่อเราเท่านั้นและจะรอคำสั่งตลอดไป

การขู่ จะได้ผลแบบเดียวกัน ผู้ใหญ่บ้านเราชอบนักหนาเรื่องขู่ให้เด็กกลัว

การติดสินบน อาจจะเกิดผลแบบเดียวกันด้วย เขาทำเพื่อรางวัลล่อใจที่ตั้งไว้ล่วงหน้า มิได้ทำเพื่อตนเอง

ยิ่งไปกว่านั้นหลายคนไม่ทราบว่าพ่อแม่ที่ทำโทษลูกบ่อยๆเพื่อมิให้ลูกละเมิดกฎเกณฑ์ในบ้าน พวกเขาจะไปแหกกฎนอกบ้านแทน ความข้อนี้มีงานวิจัยระยะหลังยืนยัน

การทำโทษเป็นการปรับพฤติกรรม มิได้ปรับใจ การปรับพฤติกรรมอาจจะเป็นอะไรที่ผิวเผิน เป็นเพียงเปลือกนอกที่ห่อหุ้มเรื่องสำคัญกว่าและร้ายแรงกว่ามิให้เราเห็น

ที่เราควรอยากได้มากกว่าคือเด็กได้เรียนรู้ใจตนเองแล้วพยายามปรับปรุง

ทำได้ด้วยการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี

การทำโทษเหมือนการสร้างเปลือกนอกใหม่ห่อหุ้มตัวเขาไว้แน่นหนาจนกระทั่งเขาไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร นอกจากทำตามคำสั่งโดยไม่ถาม

มีงานวิจัยเพิ่มเติมที่พบว่าการทำโทษเด็กบ่อยๆ โดยเฉพาะด้วยการทำร้ายร่างกาย เช่น การตี สมองส่วนสีเทาที่บริเวณพรีฟรอนทัลคอร์เท็กซ์จะมีขนาดเล็กกว่าปกติ นำไปสู่ความบกพร่องของ EF (Executive Function) โรคซึมเศร้า การติดยา และปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ เพราะสมองส่วนคิดวางแผนและคิดวิเคราะห์นี้เสียหายอย่างหนัก

มีคำอธิบายหนึ่งที่น่าฟัง หากพ่อแม่เอาแต่สั่งการโดยไม่ปล่อยให้เด็กคิดเอาเองบ้างเลย สั่งเขาใส่เสื้อตามที่สั่ง กินอาหารตามที่สั่ง ทำตามที่สั่ง แม้กระทั่งคิดตามที่สั่ง ในที่สุดเขาจะไม่คิดหรือทำอะไรเลยจนกว่าจะมีคำสั่ง

พอเวลาผ่านไปคนสั่งมิใช่พ่อแม่ แต่จะเป็นเพื่อนๆ เด็กคนนี้จะรอเพื่อนสั่ง เราต้องการให้ลูกโตมาเป็นคนแบบนี้จริงๆหรือ

การดื้อจึงมีข้อดีในตัวเอง นั่นคือเขาเป็นตัวเอง

เด็กๆทำเละเทะได้ทุกวัน ขว้างปาของ ทำของหาย ทำของแตกหัก ลืมสิ่งของ
บางคนเฉื่อยแฉะ บางคนซนเป็นลิง บางคนก้าวร้าวและขี้โมโห บางคนขี้กลัวและขี้ขลาด

แต่พวกเขาเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งนั่นคือสมองกำลังพัฒนา เซลล์สมองยังไม่นิ่ง เส้นประสาทยังยืดยาว จุดเชื่อมต่อประสาทเพิ่มมากขึ้น 40,000 จุดต่อวินาที และวงจรประสาทกำลังวางขดลวด

การทำโทษ การขู่ หรือการให้สินบนเพื่อหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนทำให้วงจรประสาทฟอร์มตัวผิดพลาด

ในทางตรงข้ามหน้าที่ของเราคือทำให้เขารู้ว่าบ้านปลอดภัย และปลอดภัยมากพอที่เขาจะลองผิดลองถูกและพัฒนาได้ ด้วยสายสัมพันธ์ที่ดี

สายสัมพันธ์ที่ดีมิได้หมายถึงความสัมพันธ์ฉาบฉวย แต่หมายถึงความมีตัวตนของเรา และการเชื่อมต่อ connection กับตัวตนของลูก กลายเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อเราพูด เขาจะฟังเพราะเราเป็นหนึ่งเดียว เมื่อเราทำให้ดูเขาจะทำตามเพราะที่แท้เราเป็นคนเดียวกัน นี่คือสายสัมพันธ์

ลูกซนเป็นลิง พ่อแม่ก้มมือถือ เราไม่เห็นความเชื่อมโยงเลย

พ่อแม่เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เอ่ยปากห้าม อย่าทำนะลูก ไม่เป็นผลอะไรเลย

สุดท้ายพ่อแม่ลุกขึ้นไปตี หรือขู่ หรือติดสินบน หารู้ไม่ว่ากำลังจะเสียลูกไปในสิบปีข้างหน้าโดยกู่ไม่กลับ

แล้วเราก็จะได้เด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอนประดับสังคมอีกคนหนึ่ง

งานวิจัยสมัยใหม่เริ่มบ่งชี้ว่าจิตวิทยาดั้งเดิม คือการให้รางวัล เพิกเฉย และทำโทษ เริ่มไม่ได้ผลกับเด็กๆ จิตวิทยาเชิงบวก คือการรู้เท่าทันอารมณ์ การรับผิดรับชอบทางเลือก และความเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นมนุษย์ของตนเอง เริ่มไม่ได้ผลเช่นเดียวกัน เหตุเพราะกระบวนการทั้งหมดที่ใช้ในการปรับพฤติกรรมเด็กเริ่มช้าเกินไป

ช้าเกินอะไรไป ช้าเกินกว่าที่จะเอาชนะไอทีที่เร็วขึ้นทุกวัน เด็กเผชิญสิ่งเร้าที่มาเร็วมากขึ้นทุกวัน และชวนเขาวอกแวกได้ทุกเวลาจนกระทั่งวิธีต่างๆที่กล่าวมาเริ่มเอาไม่อยู่

วิธีที่ได้ผลมากกว่าคือการทำให้ความจำใช้งานเคลื่อนตัวเร็วกว่าการผุดขึ้นของอารมณ์ กล่าวคือความจำใช้งาน working memory เร็วพอที่จะช่วยให้เขาทำงานต่อไปได้ โดยอาจจะไม่ต้องควบคุมอารมณ์ emotional control เพราะตั้งใจมั่นตั้งแต่แรก

คือ EF

แปลกแต่จริงที่วิธีการที่ได้ผลมากกว่าและได้ผลเสมอกลับเป็นวิธีโบราณ นั่นคือสร้างสายสัมพันธ์

Cr.นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลกานพิมพ์

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: