ลูกไม่ถนัด STEM ไม่เป็นไร ไม่มี “MESH” นี่เรื่องใหญ่

ลูกไม่ถนัด STEM ไม่เป็นไร ไม่มี “MESH” นี่เรื่องใหญ่

“ครูพัด ลูกไม่ถนัด เลข วิทย์ STEM เลย แบบนี้จะมีปัญหาเปล่าคะ อีกหน่อยจะมีงานทำมั้ย”

ครูได้คำถามแบบนี้จากผู้ปกครองเยอะมาก ก่อนอื่นครูอยากขอแสดงความยินดีที่ลูกของคุณพ่อคุณแม่ได้ค้นพบตนเอง ปีใหม่นี้ครูอยากจะขอฉีกแนวซะหน่อย เพราะในยุคนี้ที่ใครๆก็ให้ความสำคัญเรื่อง STEM Education (STEM- science, technology, engineering, mathematics) ครูอยากจะพูดถึงความสำคัญของการศึกษาอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า MESH Education ( Media Literacy การเข้าใจสื่อ, Ethics จริยธรรม, Sociology สังคมวิทยา, History ประวัติศาสตร์) ที่ทางเราละเลยและไม่ให้ความสำคัญเท่า STEM

Tim Wise writes: “Yes, STEM science, technology, engineering, and math will all be vital to helping us solve the looming (and quite present) ecological crisis, to say nothing of repairing critical infrastructure, becoming energy independent, and addressing any number of health-related emergencies around the globe. But without an equal commitment to comprehensive civics education—an examination of subjects that touch on the relationships between people, government, the economy, and media—all the technical know-how in the world will be for naught. For this reason, I would suggest a renewed focus on MESH educationwhich stands for media literacy, ethics, sociology, and history.” 

https://medium.com/our-human-family/forget-stem-we-need-mesh-43ab6f6273cd

ปัญหาในโลกและประเทศไทยที่เป็นอยู่ขณะนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนบุคลากรด้าน STEM แต่เกิดจาก การที่กลุ่มคนที่มีอำนาจตัดสินใจสิ่งต่างๆขาดความเข้าใจ MESH รวมทั้งบุคคลประชาชนทั่วไปอย่างเราๆที่ขาดความเข้าใจ MESH เช่นกัน

1. Media Literacy หรือความเข้าใจสื่อ เนื่องจากในปัจจุบันที่เราสามารถเข้าถึงสื่อได้อย่างง่ายดายผ่านทางโทรศัพท์ smartphone ของเรา ทาง social media อย่าง Line, facebook, Twitter ทำให้ทุกๆวันเราเข้าถึงข้อมูลต่างๆนานาเป็นร้อยเป็นพันข้อมูลซึ่งก็อาจจะมีทั้งข่าวจริง ข่าวปลอม หากเราขาดวิจารณญาณที่ดีในการทำความเข้าใจสื่อก็จะทำให้เราไม่สามารถแยกแยะได้ว่าข้อมูลใดเป็นความจริงหรือความเท็จ ข้อมูลบางอย่างในโลกออนไลน์อาจถูกบิดเบือนเพื่อเป้าหมายบางอย่างด้านการเมืองหรือใช้ในการชี้นำความคิดของเราไปในทางใดทางหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในสังคม มีโฆษณามากมายที่เราได้ดูได้ฟัง หรือแม้กระทั่ง หนัง ละคร ที่ส่งผลกระทบต่อความคิดความอ่านของเราโดยที่เราไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำ อันนี้ก็มาลิงค์กับเรื่องของ critical thinking ที่ครูได้กล่าวไปใน article ก่อนหน้านี้ว่าเราต้องสามารถคิดวิเคราะห์พิจารณาข้อมูลได้ว่าข้อมูลนี้มีใจความสำคัญอย่างไรหรือจุดประสงค์ของผู้แต่งเรื่องคืออะไร ยิ่งในปัจจุบันที่ลูกๆของเราถูกรายล้อมไปด้วยสื่อต่างๆที่คอยจะชักจูง ชักนำลูกของเราไปในทางใดทางหนึ่ง

2. Ethics จริยธรรม ที่โรงเรียนในไทยส่วนมากเราจะเรียนเรื่องของจริยธรรมในรูปแบบของศาสนา แต่น้อยครั้งที่เราจะเอาเรื่องนี้มาใช้ในการประยุกต์ปฏิบัติจริงในหัวข้อต่างๆ การตัดสินใจของบริษัทและนโยบายทางการเมืองต่างๆล้วนแต่มีเรื่องของจริยธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น เช่น ประเทศเราจะทำยังไงโดยเพิ่ม GDP ทางเศรษฐกิจแต่ในขณะเดียวกันก็รักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย เป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่า การรักษา สิ่งแวดล้อมนั้นต้องลดมลพิษที่เกิดจากการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งก็จะไปเพิ่ม cost ในการผลิตและลดกำไรลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีบริษัทไหนอยากทำ หรือเรื่องอย่างการให้สินบนเจ้าหน้าที่พนักงานเพื่อการธุรกิจ การจ้างแรงงานเด็กหรือต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ล้วนแต่เป็นเรื่องของการตัดสินใจด้านผลประโยชน์ด้านการเงินและจริยธรรมทั้งสิ้น สิ่งนี้ที่ไม่เคยถูกสอนในโรงเรียนเป็นที่สิ่งที่พ่อแม่ต้องให้ความสำคัญในการสั่งสอนลูกด้วยไม่ใช่เฉพาะแค่ด้านวิชาการ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราเจออยู่ทุกวันและหลีกเลี่ยงไม่ได้

3. Sociology สังคมวิทยา การศึกษาด้านสังคมวิทยาช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่าง ช่องว่างในสังคมระหว่างคนรวยและคนจน ความขัดแย้งระหว่างชนชั้น การขาดความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกไม่เข้าใจจุดยืนของตนในสังคมหรือตระหนักถึงหน้าที่ของตน หรือเข้าใจถึงที่มาที่ไปของปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมาในสังคมหรือโลกได้

4. History ประวัติศาสตร์ การเรียนการสอนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยไม่ได้มุ่งเน้นถึงความเข้าใจหรือที่มาที่ไปของโลกในยุคปัจจุบัน แต่โฟกัสกับเรื่องกึ่งนิยายที่ให้พม่าเป็นตัวร้าย เด็กไทยถึงมีความเข้าใจประเทศต่างๆหรือสถานการณ์ปัจจุบันน้อยมาก จะมีกี่คนที่สามารถเข้าใจว่าทำไมถึงมีการประท้วงในฮ่องกง หรือทำไมสิงคโปร์ถึงเป็นประเทศที่เจริญที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทำไมประเทศจีนถึงได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำไมอเมริกาถึงกลายเป็นเจ้าโลก แล้วทำไมเราต้องเรียนภาษาอังกฤษ

“อ้าว ครูพัด อย่างนี้โฟกัสเรื่อง STEM เป็นสิ่งที่ผิดหรือคะ” คำตอบคือไม่ใช่ค่ะ ” STEM เป็นสิ่งที่จำเป็นในยุค 4.0 นี้ แต่ว่ามันไม่เพียงพอ” และถ้าสังคม การศึกษาของเราโฟกัสแต่ STEM แต่ละเลย MESH สังคมของเราก็จะเต็มไปด้วย คนรุ่นใหม่ทีเก่งแต่ด้านเทคโนโลยีแต่ว่าไม่รู้ว่าหน้าที่ของตนในสังคมคืออะไร และไม่สามารถเป็นประชาคมที่ดีของโลกเราได้

ลูกคุณพ่อคุณแม่อาจจะเก่ง พ่อแม่หลายคนวาดฝันลูกตัวเองให้เป็นหมอที่คิดค้นวิธีรักษาใหม่ นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ วิศวกรที่คำนวณว่าสะพานนี้จะรองรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ หรือนักคอมพิวเตอร์ที่คอยป้องกันคอมพิวเตอร์ไม่ให้โดนแฮ็คจากไวรัส แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้รึเปล่าว่าลูกตัวเองสนใจใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เลือกคนดีมาบริหารประเทศ สนใจการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น คำนึงถึงจริยธรรม คุณธรรมในการประกอบกิจการ ไม่ได้หวังแต่กำไรอย่างเดียว เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกสอนในแล็บ แล้วก็ไม่มี app ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อการนี้ด้วย

ในความเป็นจริงแล้ว วิทยาศาสตร์ นั้นถูกเอามาบิดเบือนในประวัติศาสตร์เพื่อเอามาทำในสิ่งที่ขาดคุณธรรม เช่น การที่นาซีเชื่อว่าคนผิวขาวอารยันเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดีกว่าชาติอื่นในโลกและสมควรปกครองโลกนี้ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อินเดียแดงในสหรัฐอเมริกา การกีดกันไม่ให้ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกตั้งเนื่องจากผู้หญิงเป็นเพศที่ด้อยกว่าผู้ชาย

หรือครูพูดได้อีกแง่หนึ่งคือหากคนรุ่นใหม่ไม่ได้เอาความรู้ STEM ไปใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคม ด้วยความเข้าใจด้าน MESH STEM ก็ไม่ได้มีประโยชน์หรือคุณค่าอะไรสำหรับอนาคตของเรา

เช่นเดียวกันกับความรู้ทางเทคโนโลยีและวิศวกรรม เราอาจจะสามารถผลิตคอมพิวเตอร์โปรแกรมเมอร์ หรือคนเขียนapp ออกมาได้หลายหมื่นคน แต่ว่ามันทำไปเพื่ออะไร? เพื่อเพิ่มความแตกต่างระหว่างคนรวยคนจนรึเปล่า? หรือเพิ่มความเหลื่อมล้ำด้านการเมืองและเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น? หรือเราจะเอาความสามารถของคนเหล่านี้มาสร้างสังคมที่มีประชาธิปไตย ความเสมอภาค และความเท่าเทียมกันมากขึ้นในสังคม เพราะความรู้ทาง STEM สามารถเอามาใช้ได้ทั้ง 2 ทาง คำตอบของคำถามนี้นั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราสอนนักเรียนในการศึกษา MESH ความเข้าใจด้านสื่อ จริยธรรม สังคมวิทยาและประศาสตร์ ไม่ได้อยู่ใน โคดดิ้งคลาส หรือ วิชาแคลคูลัส

สุดท้ายแล้วคุณพ่อคุณแม่นั้นไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นบ้านเรียน โรงเรียนรัฐบาล เอกชน หรือนานาชาติไม่สามารถละทิ้งหน้าที่หลักของตนเองได้ในการสร้างมนุษย์ที่ “สมบูรณ์” และ”ดำเนินชีวิตในสังคมสมัยใหม่” ได้ ไม่ใช่สร้างเด็กให้แข่งคณิตศาสตร์ระดับประเทศเหรียญทองโอลิมปิก หรือสอนเด็กโคดดิ้งตั้งแต่อนุบาล

ในโลกที่เล็กลงและการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น อนาคตของเรานั้นฝากไว้กับเยาวชนที่มี critical thinking ทักษะการคิดวิเคราะห์ รับรู้ เข้าใจ และมีส่วนร่วมในสถานการณ์ปัจจุบันผ่านความเข้าใจสื่อ การมีจริยธรรม และความเข้าใจด้านสังคมวิทยาและประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง หรือ MESH นั่นเอง

Cr. KruPat IvyPrep https://www.facebook.com/groups/homeschoolnetwork/permalink/3292573887479928/?hc_location=ufi

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: