เมื่อไหร่ถึงควรทานย่าฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวะนะ

เมื่อเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนฤดูในทุกครั้ง สภาพอากาศรอบตัวเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากร้อนเป็นฝน จากฝนเป็นหนาว และจากหนาวเป็นร้อน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ ป่วยเป็นไข้หวัดกันได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ตลอดจนผู้ที่สุขภาพไม่แข็งแรง ยิ่งจะป่วยเป็นไข้หวัดได้ง่าย เมื่อมีอาการหวัดคนส่วนใหญ่ก็มักจะเข้าใจผิดว่าจะต้องรับประทานยาแก้อักเสบทุกครั้งไป

แต่จริง ๆ แล้วการใช้ยาแก้อักเสบเพื่อรักษาหวัดนั้นจำเป็นเฉพาะในกรณีที่เป็นหวัดและมีการอักเสบเท่านั้น แล้วไข้หวัดแบบไหนกันที่จำเป็นและไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้อักเสบ ?
คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมกินยาเท่าไรโรคก็ไม่หาย เมื่อยาปฏิชีวนะที่กินเข้าไปกลับ ทำร้าย ร่างกาย นั่นอาจเป็นเพราะคุณกำลังมี เชื้อดื้อยา

วิธีการวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยตัวเองว่าอาการป่วยที่เราเป็นอยู่นั้นเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ แบคทีเรียกันแน่

#เกิดจากไวรัส อาการส่วนใหญ่มักมีน้ำมูก ไอ อาจมีอาการระคายคอ หรือเจ็บคอ หรือเสียงแหบร่วมด้วย

วิธีการรักษา หวัด เกิดจากเชื้อไวรัสสามารถหายได้เองจากการพักผ่อนให้เพียงพอ ทำร่างกายให้อบอุ่น ดื่มน้ำมาก ๆ อาจใช้เวลา 5 – 7 วัน อาการจะดีขึ้นเอง แนะนำให้กลั้วคอด้วยนน้ำเกลือเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียตามมา

#เกิดจากแบคทีเรีย ต้องมีอาการ 3 ใน 4 ข้อ ดังต่อไปนี้
1.ต่อมทอมซิลบวม หรือ มีจุดหนอง
2.ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรหน้าบวมโต กดเจ็บ
3.มีไข้ (มากกว่า 38 องศาเซลเซียส)
4.ไม่มีอาการไอ

วิธีการรักษา ปรึกษาเภสัชกร หรือไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าควรใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่

วิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง
1. ยาปฏิชีวนะแต่ละชนิด ต้องกินต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียได้หมด ซึ่งระยะเวลาที่ต้องใช้ยาต่อเนื่องกันอาจแตกต่างกันไป แล้วแต่ชนิดของยา

2.การรับประทานยาปฏิชีวนะบางชนิด ข้อควรระวังการใช้พิเศษ เช่น บางชนิดต้องรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 15 – 30 นาที บางชนิดไม่ควรรับประทานร่วมกับนมหรือยาลดกรด เนื่องจากจะทำให้เกิดการรบกวนการดูดซึมตัวยาได้ อ่านฉลากก่อนใช้ยา

ผลกระทบจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม

1. การได้รับยาปฏิชีวนะในแต่ละครั้ง สร้างโอกาสให้เกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะในร่างกาย เพราะยาปฏิชีวนะที่กินเข้าไปสามารถกำจัดแบคทีเรียได้ทั้งแบคทีเรียที่มีประโยชน์และมีโทษ แบคทีเรียที่รอดชีวิตจึงสร้างตัวเองให้กลายพันธุ์เป็นเชื้อดื้อยา การได้รับยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็นหรือขนาดไม่เหมาะสมอย่างพร่ำเพรื่อจะทำให้เกิด ซูเปอร์บั๊ก หรือ แบคทีเรียดื้อยาที่ไม่มียารักษา

2. เพิ่มโอกาสเกิดการแพ้ยา พบว่ามีผู้ป่วยที่แพ้ยาปฏิชีวนะจนมีอาการรุนแรง หรือเสียชีวิตได้

3. การได้ยาปฏิชีวนะบ่อยครั้งในทารก และเด็กเล็กเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคอ้วนและน้ำหนักเกิน

ในด้านของการรณรงค์ การป้องกันนั้น ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ได้บอกกับเราว่า จะต้องให้ประชาชนมีการตระหนักรู้ เมื่อตระหนักรู้ก็จะเป็นแรงผลักดัน เพราะพอเวลาเภสัชกร หรือแพทย์จะจ่ายยาให้ประชาชน เมื่อเจอคำถามที่ว่าเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย ก็จะคิดตามว่าเอ๊ะจะจ่ายยาดีไหม ในขณะเดียวกันเราต้องไปรณรงค์ในภาควิชาชีพด้วย อันนี้เราก็ทำอยู่ จะมีเภสัชกร แพทย์จำนวนไม่น้อยเลยที่ขณะนี้เริ่มตระหนัก มีคนตื่นตัวมากขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับที่เราคิดว่าเราต้องทำงานอีกเยอะ ทั้งนี้ความตื่นตัวของแพทย์ เภสัชกร และก็กฎหมายด้วยให้มีกฎระเบียบการควบคุม การจำหน่ายยาปฏิชีวนะโดยอิสระต้องมาพิจารณากันใหม่ว่าเอ๊ะจะจำกัดขอบเขตอย่างไรเพื่อให้ไม่มีการใช้แบบพร่ำเพรื่อเกินไป ในขณะที่ไม่เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงยาของประชาชน

ดังนั้น ยาปฏิชีวนะ จำเป็นต้องกินตามแพทย์สั่ง เฉพาะเจ็บป่วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น

Cr. พัฒน์รพี กมลานนท์ Team content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลบางส่วนจาก แผ่นพับหวัดเจ็บคอ ไม่ง้อยา
ให้สัมภาษณ์โดย ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: