เราเรียนรู้อะไรจาก #อาม่าตบเด็ก

เหตุการณ์อันโด่งดังในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่พ้นเหตุการณ์ที่มีหญิงชราคนหนึ่งพูดจาโหวกเหวกโวยวายแล้วพุ่งปรี่เข้าไปตบหน้าเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งในลานภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ทันทีที่ตบ “เพี๊ยะ” จนหน้าสั่น เด็กสวนกลับประหนึ่งบัวขาว น็อคเดียวจอด เหตุการณ์สงบลงชั่วคราวแทบจะทันทีด้วยการที่หญิงชราทรุดร่างลงบนโต๊ะที่อยู่ข้างเคียง

หากถามหมอเด็ก ครู จิตแพทย์ … เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ เราคงบอกว่า “เราไม่ควรตอบโต้ความรุนแรง ด้วยความรุนแรงในทุกกรณี” ตีมาต้องไม่ตีกลับ เน้นใช้สติ ใช้การเจรจา ความสงบ การหลีกจากเหตุการณ์ตรงหน้าให้เร็วที่สุด และดึงเอาบุคคลที่มีอำนาจสูงกว่าเข้ามาคุมสถานการณ์ เช่น ครู หรือ ตำรวจ ฯลฯ เพื่อหยุดความรุนแรงตรงหน้าลง

แฮปปี้ โลกสวย หอมกลิ่นลาเวนเดอร์

แต่หากเด็กคนนั้นเป็นลูกหมอล่ะ เป็นลูกครูล่ะ หรือเป็นลูกของจิตแพทย์ท่านนั้นล่ะ คงยากที่จะทำใจที่จะยอมให้ลูกตัวเอง “เฉย” ต่อเหตุการณ์ตรงหน้า ยอมได้จริงเหรอ ใจพ่อหมอก็คิดนะว่า ต้องสวนกลับสิ เราต้องปกป้องตัวเองก่อน (นั่งคุยในกลุ่มเพื่อน … ทุกคนลงความเห็นว่าถ้าเป็นชั้น ไม่ใช่แค่มือ อย่างน้อยต้องหมัดรุ่น ๆ หรือเตะตัดตัว เพราะข้อติด เตะก้านคอไม่ถึง 555) … ถ้าไม่สวนกลับนี่ เราเริ่มเป็นห่วงลูกในอนาคตแล้วว่าจะไหวไหม คนมาตบหน้าขนาดนี้ ยังป้องกันตัวไม่เป็น เราในฐานะพ่อแม่คงต้องเป็นห่วงมากขึ้นอีกเยอะเลย ว่าไหมครับ … ดังนั้นอีกฟากหนึ่งคือ #ตบมาตบกลับไม่ขี้โกงกัน

แบบนี้ก็แฮปปี้ โลกมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ
ดีเกินไปอยู่ไม่รอดหรอก … เหอะ ๆ … นี่แหละชีวิต

แล้วแบบไหนดี ที่จะสอนลูก
…..

ทำไมคนจึงใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา … แน่นอนว่า เขาเชื่อ (ผิด ๆ) ว่า #การใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ ทุบตีด่าทอทำได้เพราะเราต้องสร้างอำนาจเหนืออีกฝ่ายให้กลัว เราจึงควบคุมได้ สามีใหญ่กว่าเมียกว่าลูก (แต่บางบ้านเมียก็ใหญ่กว่า 555) แม่ผัวต้องโขกสับลูกสะใภ้ได้ …

หรือเขาอาจจะทับ #ถมปมด้อย หรือปัญหาอื่น เช่น เมียหน้าที่การงานดีกว่า การศึกษาดีกว่า ผัวก็ซ้อมเลย ขู่เลย เพื่อสร้างอำนาจและปมเด่นให้ตนเอง … ในบ้านเป็นลูกเจี๊ยบ โดนพ่อแม่กระทำ นอกบ้านเป็นหัวหน้าแก๊งประไร จะได้ไปซ้อมคนอื่นกลบปมในใจ … แบบนั้นแหละครับ …

หรือ #เป็นสันดาน ที่ฝังมาแล้วตั้งแต่เด็ก ทำแล้วไม่มีใครเคยว่าเคยสั่งสอน และเป็นหนทางเดียวที่จะใช้ในการระบายความเครียด หรืออาจเป็นโรคทางจิตเวชหรือโรคทางสมองที่ทำให้การควบคุมอารมณ์ผิดปกติ

แล้วคนเหล่านี้ชอบ “กด” หรือ “ข่มเหง” ใครบ้าง …
มี 2 กลุ่มครับที่คนพวกนี้ชอบรังควาน และใช้ความรุนแรงใส่เสมอ

คือ หนึ่ง … #พวกที่ยอมโดนข่มเหง กลัวหัวหด แล้วร้องไห้ เก็บกด เศร้าใจให้เห็น และ สอง … #พวกที่ของขึ้นง่าย สวนมาสวนกลับทันที แหย่แล้วโกรธง่ายมาก ขึ้นง่ายมาก ต่อยกลับ สู้กลับ แต่สู้ไม่ได้ หรือสู้ได้ชนะรอบนี้ เรื่องยิ่งไม่จบครับ ยกพวกมาตีมันอีกจนกว่าจะชนะ … มันจะวนลูปแบบนี้แหละครับ หากแก้ปัญหาด้วยการแรงมาแรงกลับ

แล้วรู้ไหมครับ ไม่ว่าผู้ถูกกระทำเป็นแบบไหมก็ตาม สิ่งที่เหมือนกันก็คือเขา #ตอบสนองกับผู้กระทำทันที กลุ่มแรก แสดงความอ่อนแอให้เห็น กลัวให้เห็น ร้องไห้ให้เห็น กลุ่มที่สอง โกรธ เกรี้ยวกราดรวดเร็วทันทีที่แกล้งหรือใช้กำลัง อันนี้แหละ ผู้กระทำชอบนักแหละครับ และมันจะไม่จบแน่ ๆ มันจะมาเรื่อย ๆ ครับ

และทั้งสองแบบจะมีจุดจบที่ความรุนแรงเหมือนกันอีกด้วย กลุ่มแรกเก็บกดจนทนไม่ได้ เกิดภาวะซึมเศร้า ก็อาจแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ไม่หยิบมีดหยิบปืนมายิงให้มันจบ ๆ ก็ตัดปัญหาฆ่าตัวตายหนีไปเลยดีกว่า กลุ่มที่สองก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตีกันไปเรื่อย ๆ … และถ้าทนไม่ไหวก็คงไม่ต่างกันกับกลุ่มเก็บกดหรอกครับ

แล้วเราจะสอนลูกให้ทำอย่างไรจึงปลอดการโดนกลั่นแกล้ง …

อันดับแรกคือ #ใส่ใจลูก ให้ความรักให้มาก เขาบอกว่าครอบครัวที่อบอุ่นคือภูมิคุ้มกันแรกเลยครับ เพราะเด็กจะกล้าที่จะพูดคุยกับพ่อแม่เมื่อเกิดเหตุ และกล้าที่จะพูดเพื่อปกป้องตัวเอง อันดับที่สอง … #สร้างลูกให้เป็นคนน่าคบหา น่ารัก เพื่อนเยอะ เพราะยิ่งเพื่อนเยอะ ยิ่งเป็นเกราะป้องกันพวกอันธพาลอีกระดับหนึ่ง อันดับที่สาม … #สร้างลูกให้กล้าพูด เจรจาเพื่อแก้ปัญหาแบบไม่ใช้ความรุนแรง เช่น “หยุดพูดเรื่องตัวดำได้แล้วไหม เราไม่ชอบ” ภ้าไม่หยุดก็ดึงเอาคนกลางเข้ามา เช่น ครู หรือ พ่อแม่ ทำให้รู้ว่าแบบนี้ไม่โอเค …

อันดับสี่ … #ติดเกียร์หมาให้ลูก รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี สถานการณ์เสี่ยงเราหนีก่อนก็ไม่ผิด ทางที่ดีไม่ไปอยู่ในสถานที่ที่เสี่ยง กลับดึก อยู่ก็ลึกในซอยเปลี่ยว อะไรแบบนี้ ไม่เอา ซอยเปลี่ยวก็กลับเร็วหน่อย เลี่ยงได้ก็เลี่ยง อันดับห้า … #สร้างความภาคภูมิใจให้ตัวลูก ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องสอบได้ที่หนึ่งนะครับ คือ ให้รู้ว่าตัวเองมีค่า มีสิ่งที่เขาทำได้ และทำได้ดี … โดยไม่ต้องไปพึ่งการยอมรับจากคนอื่นมาเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง …

เมื่อโดนแกล้ง หากด้วยคำพูด จงสอนให้ลูกนิ่งให้เป็น ไม่โกรธ ไม่กลัว ไม่หงอ และกล้าพูดสิ่งที่ตัวเองคิด เช่น โดนล้อว่าดำ หรือตุ๊ด … ก็บอกไปตรง ๆ “เราไม่ชอบที่มาพูดแบบนี้ อย่าพูดอีก” บอกไปตรง ๆ … หากยังมีอีกให้บอกพ่อแม่และครูว่าเรารู้สึกไม่ชอบกับคำพูดแบบนี้ถ้ายังปล่อยผ่านทางความรู้สึกไม่ได้ … แต่หากเป็นแกล้งด้วยการกระทำ … สอนให้ลูกประเมินสถานการณ์ ไม่อยู่คนเดียว เกาะกลุ่มเพื่อน ไม่ไปในที่ที่เสี่ยง ไต้องไปต่อล้อต่อเถียง เพราะยิ่งต่อล้อต่อเถียงมักโดนตบโดนตีง่าย ถ้ามา เราก็เดินหนีไปหาที่ที่ปลอดภัยให้ไว บอกครูให้ช่วยเพราะโรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย ถ้าครูไม่ทำอะไร รร. นั้นก็ไม่น่าอยู่แล้วครับ …

และบอกเสมอว่า ถ้าถึงจุดที่เลี่ยงไม่ได้ #จงสู้เพื่อปกป้องตัวเองให้เป็นนะลูก … แต่ไม่ใช้อารมณ์มานำเหตุผล … แต่บอกได้เลยครับ โอกาสจะต้องสู้จริงไม่มากหรอก

ตอนเด็ก พ่อหมอก็เคยถูกกลั่นแกล้งเพราะเป็นเด็กอ้วนมาก และเล่นกีฬาอะไรไม่ได้เลย โดนมาหมดแหละครับ “ไอ้อ้วน” “ไอ้หัวหลิม” “ไอ้จั๊กแร้เปียก”​ โดนมาหมดแล้วแต่ไม่ได้โดนซ้อมหรือรุมต่อยนะครับ เป็นคนอดทน ทนจนเครียด เลยฟิวซ์ขาด วิ่งชน นั่งทับให้พวกที่ล้อซะเลย … ปรากฎไม่จบจ้ะ … โดนหนักขึ้นกว่าเดิม … วัยประถมตอนนั้นก็คิดขึ้นมาได้ว่าแบบนี้ไม่เวิร์ก … เริ่มสนใจเรียน ไปนั่งหน้าห้อง สร้างกลุ่มเพื่อน ทำตัวเองให้ครูเอ็นดู เจ๊าะแจ๊ะ 555 ครูให้ไปประกวดแข่งขันอะไรไม่เคยบ่น บอกมา ไปหมด และจากนั้นมีอะไร ครูเคลียร์ให้ตลอด ฟ้องเก่ง บอกเลย …

ปล. ถ้าพ่อหมอเป็นเด็กคนนั้น ตอนอาม่าปรี่เข้ามา พ่อหมอจะใส่เกียร์หมาถอยออกก่อน แล้วพูดให้ชัดว่า “อย่าเข้ามานะ เข้ามา … ผมสู้” ถ้ายังพุ่งเข้ามาประชิดตัวเราแล้วตบได้ เราก็ค่อยต่อยกลับ … แล้วบอกว่า “ขอโทษครับ ผมป้องกันตัว” รีบเดินไปหาครูฝ่ายปกครองแล้วแสดงละครว่าเจ็บแก้มที่โดนตบอย่างรุนแรงเกินเบอร์ … และโทรบอกพ่อแม่ให้ไวที่สุด … 555

เคยมีเหตุแบบนี้ตอนเรียนหมอ ที่มีคนมาโวยวายในโรงอาหาร รพ. เราไม่ปะทะเองให้เปลืองแรงครับ เดินไปบอกยามให้มาลากออกไปแทน … เผื่อเขาพกมีด พกปืน จะได้ไม่คุ้มเสี่ยง ให้พี่ยามไปเสี่ยงแทน เอ๊ะ ยังไง …

Cr.หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

Published by #พ่อลูกเจนอัลฟ่า

ประสบการณ์คุณพ่อลูกเจนอัลฟ่า 2 คน และบริหารโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ปี 2015

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: