Featured

#พ่อลูกเจนอัลฟ่า

#พ่อลูกเจนอัลฟ่า

เรื่องย่อความเป็นมาของเพจพ่อลูกเจนอัลฟ่า

—พ่อลูกเจนอัลฟ่า

สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมต้องแนะนำตัวก่อนว่าผมตั้งใจทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อแนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคุณพ่อ คุณแม่ ที่มีลูกๆ วัยเจนอัลฟ่า (เกิดหลังปี ค.ศ.2010) ผมเองมีประสบการณ์ในการทำโรงเรียนเสริมพัฒนาการเด็กเล็กมาตั้งแต่ปี 2015 โดยเป็นโรงเรียนที่เน้นการพัฒนาเด็กที่เน้นการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 และตัวเองก็มีลูกที่อยู่ในวัยเจนอัลฟ่าด้วย และอยากจะแชร์ประสบการณ์ตัวเอง พร้อมกับจากที่ได้ศึกษามา โดยแนวคิดหลักๆ ของผมจะเน้นเป็นแนวเน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น และการให้เวลากับลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะมาตกผลึกเป็นแนวนี้ก็เหมือนกับพ่อแม่หลายๆคน ที่มักจะหาข้อมูลจาก Internet มาก่อนแล้วก็จะมีวิธีการหลายๆ แนว ผมคงไม่ได้บอกว่าแนวไหนดีกว่าแนวไหน เพราะมีหลายปัจจัยสำหรับแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเรื่องการเงิน คนช่วยเลี่้ยงดู ฯลฯ แต่จะเล่าถึงแนวที่ตัวเองทำมากกว่า เพราะแต่ละแบบกว่าเราจะรู้ว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไรคงต้องรอจนถึงเด็กๆเหล่านี้โตเป็นผู้ใหญ่

อย่างแรกที่ผมจะขอแนะนำคือเราควรหาเวลาอ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน เอาเวลาที่เราสะดวก เพราะเวลาที่เราอ่านหนังสือให้ลูกฟัง มันมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความใกล้ชิดกับลูก คำศัพท์ที่ลูกจะได้จากหนังสือ จินตนาการของเด็กที่ได้จากภาพ เรื่อง อ่านเข้าไปเลยครับทุกวันจะกี่นาทีก็ได้ อย่างน้อยขอให้อ่าน

พ่อแม่เปลี่ยน ลูกก็เปลี่ยน

แค่หยุดก็ได้คิดและควบคุมตนเอง

ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย 5G และสิ่งแวดล้อมที่สร้างให้เราอดทนรอคอยไม่ได้ … อยากช้อป ปัด คลิก กรอก OTP ยืนยัน เรียบร้อยรอส่ง … ถ้าเร็วไม่พอ เดี๋ยวนี้มีจัดส่งใน 3 ชั่วโมงถึงประตูบ้านสำหรับบางเวป … ดูยูทูป แค่ 5 วินาทีที่โฆษณาต้นคลิปหลายคนทนไม่ได้จนต้องจัดแบบพรีเมี่ยม และไม่สามารถย้อนกลับมาดูแบบปกติได้อีก … ดูซีรี่ … รออีกนิดได้ดูฟรี อีนี่ก็ทนไม่ได้ จ่ายเงินแก้ปัญหาดูเลยวันนี้ตอนนี้ …

อยากได้ต้องได้ อยากดูต้องได้ดู
ทุกอย่างได้ดั่งใจไปหมด
ยกเว้นเพียงอย่างเดียว … คือ #ลูก

การเลี้ยงลูกนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะได้ดั่งใจไปเสียทุกอย่าง หรือบางทีเกือบทุกอย่างก็ไม่ได้ดั่งใจ 555 ทำให้พ่อแม่ 5G อย่างเราอดทนไม่ได้ … #รอไม่เป็น #ปากไว #มือไว #แว๊ดไว และสิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ลูกก็อดทนรอคอยอะไรไม่ได้เช่นกัน #ร้องง่ายร้องไว #อาละวาดไว #ไร้การควบคุมตนเอง และ #เอาแต่ใจตัวเอง … ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วนั้น … หลายอย่างดีขึ้นได้เพียงเริ่มต้นที่ #พ่อแม่ที่อดทนรอคอยได้ ยับยั้งชั่งใจเป็น ให้โอกาสลูกเป็น และไว้ใจลูกมากขึ้น

ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นได้เองในระดับที่เราเองก็อาจจะแปลกใจ … เมื่อลูกร้องอาละวาด … แค่แม่สงบมีเวลาที่จะ ควบคุมตัวเองให้ได้ ไม่ให้สติไหลไปตามสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ไม่แว๊ด ไม่ด่า ไม่ตี ไม่ทำร้ายลูก … ลูกก็มีเวลาได้ร้องไห้และควบคุมตนเอง … ก่อนเตือนลูก เตือนตัวเองก่อนว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นต้องรีบขนาดนั้นไหม ให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะล้มหรือเจ็บตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ จากผลของการกระทำของตัวเองบ้าง บางทีก็เป็นเรื่องที่ดีในการปรับพฤติกรรมของลูกได้โดยที่เราไม่ต้องสอน …

ให้เวลาตัวเองบ้าง
ให้เวลาลูกบ้าง
ให้เวลาในการปรับตัว
ช้าลงบ้างก็ได้แม่ ไม่ต้อง 5G ตลอดเวลา แล้วชีวิตเราจะง่ายขึ้น

เพราะแม่ที่ตอบสนองแบบ 5G มักตอบสนองด้วยสัญชาตญาณดิบ อารมณ์และความรุนแรงมากกว่าเหตุผลและตรรกะ … แค่นั้นเอง … ตอนเรียนแพทย์ พ่อหมอเคยไปหน่วยปรับการพูดที่สอนให้เราพูดช้าลงและชัดเจนขึ้น … เขาทำเพียงให้เราใส่หูฟังที่สะท้อนสิ่งที่เราพูดกลับมาให้เราได้ยินแต่หน่วง (Delay) สัญญาณให้เราได้ยินเสียงของเราช้ากว่าปกติ ผลทำให้เราพูดช้าลงกว่าเดิมได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม … ฟังเสียงตัวเองให้มากขึ้นก่อนที่จะพูดหรือทำอะไรลงไป ก็เป็นวิธีการที่ดีที่จะพัฒนาเราและลูกให้เติบโต

เพราะลูกมักจะเทสต์สติเราเสมอ ๆ … เลี้ยงลูกจนโตได้ พวกเราก็จะบรรลุโสดาบันไปพร้อมกัน 555 เพราะพัฒนาการของเด็กนั้นผลักให้เขาทดสอบความสามารถของร่างกายและพฤติกรรมกับเราอยู่แล้ว เหมือนเพลงที่เบ๊นซ์ พรชิตา ร้องไว้ว่า

“พอลืมตาปากก็อ้าเสียงก็ออก ไม่หยุดร้องหรอกนอกจากหลับเท่านั้น
ชาวบ้านชาวช่องเขาคงรู้กันทั่ว แบบไม่ต้องปีนรั้วก็ได้รู้ทุกวัน
บางทีแม่ถืออีโต้มาด้วย แม่คงปรี๊ดด้วยพฤติกรรมมันส์ๆ
หนู แอคทิฟ ไม่มีแรงต๊ก แม่เลยทุ่มครกมาเป็นของกำนัล

โดเรมีโดเรมีซ้อลหล่า หนูขอเวลาซักสามนาที
ไม่ต้องด่าว่าเป็นเด็กผี เพราะที่หนูเป็นนี้ เด็กเขาเป็นแบบนี้ก็แล้วกัน”

เด็กซน เด็กร้องไห้ คือเรื่องปกติ แค่เรารับมือได้เหมาะสม ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่ไปทุ่มครกใส่ลูกนะจ๊ะ 555

Crหมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

ปลอดภัยเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ใช่ปลอดภัยมากเกินไป

ปลอดภัยเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ใช่ปลอดภัยมากเกินไป ✔

ห้ามทุกอย่าง ไม่ได้ อันตราย เดี๋ยวล้ม เดี๋ยวเจ็บ เดี๋ยวป่วย เดี๋ยวเลอะ …. ลูกจะไม่ได้เรียนรู้สิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งในชีวิต คือ การเผชิญหน้ากับความเสี่ยง และการเอาตัวรอด ‼️

ปล่อย (ไม่ใช่บังคับ) ให้ลูกได้เล่นหรือทำอะไรที่เสี่ยงๆบ้าง ล้มบ้าง เจ็บบ้าง เลอะบ้าง อะไรบ้าง ที่เค้าอยากทำ มันดีสำหรับเค้าในอนาคตแน่นอนครับ 😊

Cr. FB ดีต่อลูก

Should parents divorce or stay together for the kids?

IN FOCUS: Should parents divorce or stay together for the kids? https://www.channelnewsasia.com/news/singapore/in-focus-singapore-divorce-parents-children-counselling-msf-13946820

Cr. http://www.channelnewsasia.com

คำขวัญวันเด็กปี64 เด็กไทยมุ่งเน้นคุณธรรม

คำขวัญวันเด็กปี64 #เด็กไทยมุ่งเน้นคุณธรรม

ขอใช้โอกาสนี้ อธิบายคำว่าคุณธรรมแบบง่ายๆ จับต้องได้ ไม่ใช่นามธรรมอีกต่อไปนะครับ

คุณธรรม เป็น #พฤติกรรมที่ประพฤติปฏิบัติจนเป็นวิถีแห่งชีวิตที่เรียกง่ายๆว่าพฤตินิสัยที่ดี ที่แม้จะเปลี่ยนแปลงสถานที่ระบบนิวศน์ใดๆ ก็ยังคงประพฤติเสมอ และ #ต่อให้เจอสิ่งยั่วยวนหรือปัญหาอุปสรรคก็ยังคงดำรงไว้ซึ่งพฤตินิสัยที่ดีนี้
นี่แหละคือ

คุณธรรม ครับ

Cr.บันทึกหมอเดว

ยิ่ง COVID ทำให้เรากลัว ระแวง เตือนตัวเองไว้ อย่าให้ลูกหมดความมั่นใจเพราะคำพูดของเรา

ยิ่ง COVID ทำให้เรากลัว ระแวง ไม่ปลอดภัยยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี ทุกอย่างดูไม่แน่นอนยิ่งเราอยู่บ้านกับลูกมากขึ้นยิ่งลูกเรียน(Online) แล้วเหมือนจะไม่ค่อยได้อะไร ไม่ค่อยตั้งใจ เดี๋ยวหลุด เดี๋ยวเข้าห้องเรียนไม่ได้ยิ่งเหนื่อย ยิ่งเครียด โอกาสที่เราจะหลุดปากมีเยอะขึ้น เตือนตัวเองไว้ อย่าให้ลูกหมดความมั่นใจเพราะคำพูดของเราเลยครับ 😷

10 คำพูดที่ห้ามพูด ถ้าอยากให้ลูกมั่นใจมากขึ้น

คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ทันรู้ตัว ว่าคำพูดไหนที่ทำสมองลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย และหยุดคิด กลายเป็นลังเลและไม่มั่นใจในคำตอบตัวเอง
1. เลือกอะไรแต่ละอย่างเนี่ยนะ!!
2. ทำอะไรลงไป ไม่คิดเหมือนคนอื่นเขาบ้างเลย
3. มันจะอะไรนักหนา ให้เลือกก็เลือกๆไปสิ แม่รอนานแล้วนะ
4. คิดแบบนี้ได้ไง ไม่เห็นหรือไงว่าคนอื่นเค้า….
5. แต่งตัวแบบนี้ไม่ได้ลูก ไปเปลี่ยนชุดมาใหม่
6. (ลูกเล่าอะไรให้ฟังบางอย่าง) เอ้าา แล้วทำไมหนูพูดไปแบบนั้นล่ะลูกก
7. วันนี้ลูกอยากกินอะไร เลือกได้เลย (พอลูกเลือก) ลูกต้องถามความเห็นคนอื่นด้วยนะว่าคนอื่นอยากกินอะไร (งงจังแม่ ตกลงอยากให้ลูกมั่นใจ หรืออยากให้ลูกมี empathy เอาทีละเรื่อง🤣)
8. (พูดกับคนอื่นแล้วลูกอยู่ด้วย) ลูกเราไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลย ให้ทำอะไรก็กล้าๆกลัวๆ
9. (ปรึกษาครูแล้วลูกอยู่ด้วย) ผมให้เค้าตัดสินใจเองตลอดนะครับ แต่ดูแต่ละอย่างที่ลูกเลือกสิครับ มันไม่ถูก ผมก็ต้องสอน
10. ข้อนี้เป็นคำพูดที่พ่อแม่คุยกับตัวเอง >> ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง แบบนี้ ถ้าวันนึงไม่มีเราเค้าจะอยู่ยังไง <<ลูกสัมผัสได้นะคะ 😄

ครูหญิงฝายคนเดิม เพิ่มเติมคือความห่วงใย จุ๊บุ🥰

Cr. เพจดีต่อลูก , เพจครูหญิงฝาย-เลี้ยงลูกเล็กให้เป็นเด็กโต

COVID-19 ก็ยังระบาด PM2.5 ก็วนเวียนมาอยู่ ทำอย่างไรดี

หน้ากากผ้า 3 ชั้น จาก MASX

🔆😄หน้ากากผ้า MASX
✔️กันละอองที่เป็นที่มาของเชื้อโรค
✔️กรองฝุ่น PM2.5
✔️สวมใส่สบาย
✔️ลดอาการแพ้หน้ากาก
✔️ใช้ได้ยาวนาน

🛒Line MyShop https://shop.line.me/@masx.thailand
ฟรีค่าส่งทั่วประเทศเมื่อสั่งซื้อหน้ากากผ้า MASX ตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป
**พิเศษส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำเฉพาะวันศุกร์เท่านั้น**#แพ้หน้ากาก#หน้ากากผ้า#หน้ากากแฟชั่น
www.masx.co

ช่วงนี้ COVID-19 ยังระบาด PM2.5 ก็ยังวนเวียนมาอยู่ ให้ MASX ช่วยคุณ

😷 สวมหน้ากากอนามัย 100%
👏🏻 ทำความสะอาดมือบ่อยๆ
🔛 เว้นระยะห่างทางสังคม 1-2 เมตร
🥄 กินร้อน ช้อนกลางส่วนตัว
🧍🏻 รักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
📝 ลงทะเบียนแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ”
🛁 ทำความสะอาดร่างกายทันทีเมื่อกลับเข้าบ้าน
👕 ซักเสื้อผ้าทุกครั้งหลังออกไปที่สาธารณะ

**Advertisement**

ถ้าอยากให้ลูกเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง

#ถ้าอยากให้ลูกเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง

มีคำปรึกษาจากพ่อแม่หลายคนที่กลุ้มใจเพราะว่าลูกๆไม่ค่อยเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง โดยเฉพาะลูกวัยรุ่น พ่อแม่รู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าจะมารู้ทีหลังเมื่อสายไปแล้วหมอจึงอยากมาสรุปเทคนิคและข้อที่ควรทราบว่าจะทำยังไงให้ลูกอยากเล่าเรื่องต่างๆให้พ่อแม่ฟัง1.ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าเด็กวัยรุ่นจะมีพื้นที่ส่วนตัว ตรงนี้เป็นปกติ การที่เขาไม่ได้เล่าให้พ่อแม่ฟังทุกเรื่อง หมายถึงว่า ลูกของเราไม่ได้เป็นเด็กเล็กๆแล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ของลูกวัยรุ่นควรทำความเข้าใจ ไม่ต้องไปโกรธหรือบังคับให้เขาเล่าทุกเรื่อง จะทะเลาะกันเปล่าๆ2.แต่ถ้าอยากให้ลูกไว้ใจพอที่จะเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังแม้จะเป็นวัยรุ่น พ่อแม่ต้องฟังลูกให้มากตั้งแต่เล็ก เพราะตอนเล็กๆ ลูกจะชอบเล่าอะไรต่างๆให้พ่อแม่ฟังมาก แต่ตอนนั้นพ่อแม่บางคนกลับไม่ค่อยมีเวลารับฟังลูก พอลูกอยากจะเล่าให้พ่อแม่ฟังแต่พ่อแม่ไม่ค่อยฟัง ตอนหลังโตขึ้นเมื่อมีเพื่อนก็จะไปเล่าให้เพื่อนฟังแทน พ่อแม่เพิ่งมาอยากให้ลูกเล่าตอนโต ตอนนั้นก็ไม่ทันแล้ว3.เวลาที่ลูกเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง ให้ฟังด้วยความมีสติ อย่ามีอารมณ์ไปกับเรื่องที่ลูกเล่าให้มาก หมอเคยคุยกับเด็กๆบางคนที่ไม่ค่อยอยากเล่าอะไรให้พ่อแม่ฟัง เพราะพ่อแม่มีความกังวลสูง พอเล่าไปพ่อแม่เครียดกว่าเด็กอีก เด็กก็จะรู้สึกว่าไม่อยากทำให้พ่อแม่กลุ้มใจ ไม่เล่าดีกว่า 4.เรื่องที่ลูกเล่าให้พ่อแม่ฟังว่าเขาทำผิดพลาดมา ลูกไม่ได้อยากให้พ่อแม่ตำหนิหรือวิจารณ์ตั้งแต่ต้น การแนะนำทำได้แต่ต้องฟังให้จบก่อน ถ้าลูกรู้สึกว่าเล่าอะไรให้พ่อแม่ฟังทีไร พ่อแม่บ่นทุกครั้ง ถูกดุทุกที ทีหลังลูกมีอะไรก็อาจจะเก็บเอาไว้ไม่บอกใคร จะแนะนำหรือสั่งสอนให้ใจเย็นๆ รอให้ลูกเล่าระบายความไม่สบายใจที่เกิดให้จบก่อน แล้วค่อยสอนนะคะถ้ามี 4 ข้อนี้และพ่อแม่ทำได้ตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ รับรองว่าลูกๆมีอะไรก็จะมาเล่าให้พ่อแม่ฟังแน่นอนค่ะ

Cr. หมอมินบานเย็น

เปิดโลกจิตวิทยาเด็ก

แนะนำหนังสือดี
ให้ดาวน์โหลดฟรี
โครงการดีๆจากสสส. และ สนพ.bookscape

“เปิดโลกจิตวิทยาเด็ก”
เรียบเรียงโดย นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

เปิดโลกจิตวิทยาเด็ก (ดาวน์โหลดฟรี!)

ตัวการสำคัญในการขัดขวางปฏิสัมพันธ์กับลูก ก็คือ “มือถือสมาร์ทโฟน”

ตัวการสำคัญในการขัดขวางปฏิสัมพันธ์กับลูก ก็คือ “มือถือสมาร์ทโฟน” เพราะเมื่อเราจดจ่ออยู่กับมือถือ เราก็จะไม่ได้สนใจ พูดคุย สบตา หรือตั้งใจทำกิจกรรมต่างๆกับลูก…ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับ #พ่อแม่ยุคดิจิทัล ที่มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว

📱มีงานวิจัยจากประเทศอังกฤษ ซึ่งสำรวจเด็กอายุ 11-18ปี จำนวนหลายพันคนถึง #การใช้โทรศัพท์มือถือของพ่อแม่ ซึ่งพบว่า
⭐️ พ่อแม่ใช้มือถือมากเกินไป จนทำให้ไม่มีเวลาให้ลูก ส่งผลให้ครอบครัวห่างเหินและไม่อบอุ่นเท่าที่ควร โดย 1 ใน 3 ของเด็กๆที่สำรวจ เคยขอร้องให้พ่อแม่ของตัวเองเลิกเล่นมือถือแล้วก็ตาม
⭐️ 14 % ของเด็กๆ บอกว่าพ่อแม่ชอบเล่นมือถือระหว่างทานข้าวร่วมกัน โดยเด็กๆ คิดว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ควรวางมือถือและพูดคุยกันในครอบครัว
⭐️ 22% กล่าวว่า การที่พ่อแม่ของพวกเขาติดมือถือ ทำให้ครอบครัวมีความสุขและสนุกน้อยลง และเกิดช่องว่างระหว่างคนในครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย
⭐️ มีพ่อแม่เพียง 10 % เท่านั้นที่คิดได้ว่าการใช้มือถือของพวกเขานั้นจะส่งผลกระทบต่อลูก ซึ่งตรงกันข้ามกับพ่อแม่ที่เหลืออีก 90% ที่ยังใช้เวลาส่วนมากไปกับมือถือ

😳 เห็นงานวิจัยนี้แล้ว เราคงต้องเพลาๆ มือถือลงหน่อย เล่นกับลูกให้มากขึ้น สบตา พูดคุยกับลูกให้บ่อยขึ้นแล้วหละค่า…#แล้วเราจะได้ครอบครับที่อบอุ่นกลับคืนมา

อ้างอิงจาก:
Parents’ mobile use harms family life, say secondary pupils – BBC News
https://www.bbc.com/news/education-39666863

Ce. FB ScienceMom

การที่ลูกเถียงแปลว่า เราพ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริงอย่างนั้นหรือ?

การที่ลูกเถียงแปลว่า เราพ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริงอย่างนั้นหรือ?

การที่ลูกเถียงนั่นเป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เริ่มกล้าที่จะยืนยันความคิดของตัวเอง แต่ด้วยวุฒิภาวะแล้ว เขายังไม่รู้ว่าความคิดของเขาถูกหรือผิด

วาจาสิทธิ์ สายสัมพันธ์ หรือพ่อแม่ที่มีอยู่จริง น่าจะหมายถึงเวลา ที่เราไม่เข้าใจกัน หรือเวลาที่เราต่างคนต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน อาจจะมีการเถียงกันบ้าง แต่เมื่ออารมณ์สงบลงแล้ว ต่างคนต่างก็จะมีสติและด้วยสายสัมพันธ์และการมีอยู่จริงของพ่อแม่ จะทำให้ลูกเข้าใจได้ว่า ที่พ่อแม่ว่ากล่าวตักเตือนก็เป็นเพราะว่าพ่อแม่รักและเป็นห่วง และการที่พ่อแม่โมโหพูดอะไรแรงไปบ้างนั่นก็เป็นเพราะว่าตัวเราเองก็พูดไม่ดีกับท่านก่อน การว่ากล่าวตักเตือนและทำให้ลูกคิดได้นั่นแลคือวาจาสิทธิ์ เด็กที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ เมื่อคิดได้ จะไม่แปลเจตนาของพ่อแม่ไปทางไม่ดี

วาจาสิทธิ์หรือสายสัมพันธ์ หรือพ่อแม่ที่มีอยู่จริง นี้จะเป็นตัวดึงรั้งไว้ ไม่ให้ลูกเตลิดเปิดเปิงไปไกลแม้เราแม่ลูกจะทะเลาะกันด้วยความไม่เข้าใจ เห็นต่างกันบางเรื่อง แต่สายสัมพันธ์จะดึงเราไว้ให้เข้าใจกัน

แต่ถ้าพ่อแม่ไมมีวาจาสิทธ์ ไม่มีสายสัมพันธ์ พ่อแม่ไม่มีอยู่จริง เวลาทะเลาะกันหรือไม่เข้าใจกัน ลูกจะแปลเจตนาของพ่อแม่ไปทางร้ายทันที และเตลิดไปใหญ่เพราะไม่มีสายสัมพันธ์

เราเลี้ยงลูกเพื่อให้ลูกมีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ได้เลี้ยงให้เขาเชื่อทุกอย่างที่เราพูด ไม่ได้เลี้ยงให้อยู่ในกรอบ ไม่ได้เลี้ยงให้ลูกว่านอนสอนง่าย แต่ เลี้ยงให้เขาหัดคิดเอง ให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ๋ พูดแสดงความคิดเห็นของตนเองได้ แต่เวลาที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันผู้ใหญ่อาจจะมองว่าเด็กเถียง

บางบ้านลูกไม่เถียงเลย เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พ่อแม่ก็เข้าใจว่าตนเองเป็นพ่อแม่ที่มีอยู่จริง สายสัมพันธ์ดี แต่ที่จริงแล้วพ่อแม่เข้มงวดจนลูกไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆเลย

บางคนเข้าใจผิดไปว่า ถ้าลูกเถียงแปลว่า พ่อแม่ไม่มีอยู่จริง อาจทำให้พ่อแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกมาอย่างดี รู้สึกแย่ เมื่อลูกเถียง พ่อแม่อาจจะคิดไปว่า การที่ลูกเถียงแปลว่าพ่อแม่ไม่มีอยู่จริงหรือนี่ นี่เราทำอะไรผิดไปลูกถึงเถียง

การเลี้ยงลูกมีปัจจัยหลายอย่าง นอกจากการเลี้ยงดูและทัศนคติของพ่อแม่แล้ว ตัวแปรที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือพี้นฐานจิตใจดั้งเดิมของเด็กที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดท ี่แตกต่างกัน

ลูกกำลังสอนให้พ่อแม่เข้าใจความจริงตามธรรมชาติที่ว่า ความแน่นอนไม่มีอยู่จริง
1+1 ไม่ได้เท่ากับสองเเสมอไป
ไม่มีสูตรตายตัวว่าเลี้ยงลูกแบบนี้ ตามวิธีนี้แล้วลูกจะออกมาเป็นแบบนี้

ถ้าบ้านไหนพ่อแม่ทำดีที่สุดแล้วและลูกก็เป็นไปอย่างที่หวังก็ถือว่านั่นคือผลลัพธ์ที่หอมหวาน
ถ้าบ้านไหนพ่อแม่ทำดีที่สุดแล้ว แต่ลูกอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ก็ขอให้เข้าใจว่า เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเลยลูกอาจจะ แย่ไปกว่านี้

แต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเลยแล้วลูกออกมาดี ก็ถือว่าเราโชคดีเลยทีเดียว
และถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเลยแล้วลูกแย่ ก็ขอให้เข้าใจว่านั่นคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำของเราเองส่วนหนึ่งด้วย

การที่ลูกเถียงไม่ได้แปลว่า พ่อแม่ไม่มีวาจาสิทธิ์ หรือไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ไม่มีอยู่จริงเสมอไป

Cr. เพจเรียนรู้แบบเด็กญี่ปุ่น